เช้า 22 ม.ค. 56
เข้าไปเขียนตั้งกระทู้ในพันทิป ดังนี้
 
สวัสดีครับ ผมบอมนะครับ บอมเคยมาตั้งกระทู้เล่าเรื่องไอติมฟาร์มสุขให้เพื่อนชาวพันทิปฟังกันเมื่อปีที่แล้ว ยังจำกันได้ใช่ไหมครับ
ถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านมาเกือบ 10 เดือนแล้วนับตั้งแต่วันเริ่มต้นทำฟาร์มสุข
หลายต่อหลายอย่างดำเนินไปกว้างไกลเกินกว่าที่บอมจะกล้าคิด
เริ่มจากผมคิดว่าฟาร์มสุขก็คงจะเป็นไอติมที่มีคนสนใจอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งน่าจะไม่มากนัก
แต่ผลที่ออกมากลายเป็นว่า ฟาร์มสุขได้รับกำลังใจมากมาย ต้องขอบคุณมากๆ ครับ
แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่บอมก็รู้สึกดีนะครับ อย่างน้อยเด็กๆ ก็ได้ภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ รู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง
จากการได้พบปะพูดคุยกับผู้สนับสนุนฟาร์มสุขหลายๆ คน หลายๆ งาน จากหลายๆ สถานที่ที่บอมเป็นคนนำไอติมไปขายเอง
ก็พบว่า
1. ตอนยังไม่ได้ทาน ลูกค้าจะรู้สึกว่าไอติมฟาร์มสุข ราคา 40 บาท มันแพงเกินไป
2. รู้สึกว่าเด็กด้อยโอกาสทำมันน่าจะราคาถูกกว่านี้
3. เกิดการเปรียบเทียบกับไอติมกะทิ ราคา 15 บาท หรือ ไอติมอื่นๆ ที่ราคาถูกกว่า
4. ในส่วนผสม 100% เราลดน้ำตาลลง--(ไม่อยากให้ทานหวานกันมากจนเกินไปครับ) ส่วนที่ทดแทนน้ำตาลคือนม--และนมราคาสูงกว่าน้ำตาลครับ

แต่หลังจากได้อุดหนุนไปทานกันแล้ว และฟังเหตุผลที่บอมอธิบายส่วนใหญ่ก็ยอมรับได้กับราคาถ้วยละ 40 บาทครับ (แต่บางท่านก็ยังเห็นว่าแพงไปอยู่ดีครับ--ซึ่งจะว่าไปก็จริงนะครับ ไอติม 40 บาทซื้อข้าวกินได้เลยอ่ะ อมยิ้ม01 แต่เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสก็สนับสนุนเราสักปีละ ถ้วยก็ยังดีครับ อมยิ้ม16)

เรื่องราคาแพงบอมขออธิบายแบบนี้ครับ
1. เราผลิตแบบโฮมเมด คือ ผลิตจำนวนน้อย ต้นทุนในการซื้อนมนั้นสูงกว่าไอศกรีมในระบบอุตสาหกรรม
2. เราต้องการช่วยเด็ก เราจึงให้เด็กผลิต ทั้งที่การใช้เครื่องจักรผลิต มันถูกกว่าและได้ปริมาณเยอะกว่า ตอนนี้เราให้เด็กผลิตภายใต้กฏหมายคุ้มครองต่างๆ เช่น เวลาและจำนวนชั่วโมงการทำงาน เราจึงไม่ได้เริ่งผลิตมากๆ เพื่อจะได้ซื้อของเยอะๆ เพื่อให้ต้นทุนมันถูกลง
3. พอเราเป็นไอติมโฮมเมด เนื้อไอติมเราเลยไม่ฟู ที่ไม่ฟูเพราะเราไม่ได้อัดอากาศหรือเติมอากาศเข้าไปเพื่อให้ไอติมมันดูเต็มถ้วยเวลาตักใส่ถ้วยครับ ถ้าเทียบกัน กรัม/กรัมแล้ว ทานฟาร์มสุขคุ้มมากๆ ครับเนื้อไอติมล้วนๆ

ทั้ง 3 ข้อนี้เป็นเหตุผลหลักที่บอมใช้อธิบายพูดคุยกับผู้สนับสนุนครับ

ถัดจากเรื่องไอติม บอมขอเล่าเรื่องการตรวจสอบครับ
ผมดีใจมากเลยครับที่ทางรายการครอบครัวเดียวกัน ทางช่อง ไทยพีบีเอส เข้าไปพูดคุยกับเด็กๆ กลุ่มที่ทำฟาร์มสุข หลังจากที่ได้พูดคุยกับบอม เพราะผมอยากให้สื่อเป็นตัวแทนผู้สนับสนุนทุกท่านเข้าไปตรวจสอบการทำงานของฟาร์มสุขว่าสิ่งที่ผมเล่าน่ะจริงไหม ติดตามดูพวกเราได้ในรายการครอบครัวเดียวกัน วันเสาร์ที่ 2 ก.พ. 56 ตอน 4 โมง 5 นาที ทางช่อง ThaiPBS ฝากด้วยนะครับ ทีมงานเขาทำงานกันละเอียดจริงๆ นั่งล้วงลึกข้อมูล จนบางช่วยบอมรู้สึกเหมือนกำลังนั่งสารภาพบาป เพราะทุกคำถามมันทำให้เรามองลึกเข้าไปในตัวเราเองอย่างแท้จริง

เรื่องสุดท้ายครับ
เป็นความคืบหน้าของฟาร์มสุขครับ คือ เรานำเงินส่วนที่สะสมไว้จากการขายไอติม ไปสอนภาษาอังกฤษเด็กๆ ครับ เราเริ่มสอนกันครั้งแรกเมื่อวานนี้ (21 ม.ค. 56) และจะสอนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตอนนี้ได้อาสาสมัครเข้ามาสอนในระหว่างที่ตัวผมเองเข้าไปรับการอบรมเรื่องการสอนภาษา (ผมไม่เก่งภาษานะ แต่ตั้งใจเข้าไปเรียนเพราะเผื่อว่าวันไหนไม่มีอาสาไปสอน ผมจะได้สามารถสอนเด็กๆ ได้เองอย่างต่อเนื่อง บอมต้องการให้เด็กได้เรียนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ครับ) 

ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีพวกคุณมาสนับสนุนฟาร์มสุขในทุกรูปแบบในทุกช่องทาง สิ่งหนึ่งที่ผมบอกกับทุกคนเมื่อมีโอกาสคือ ผมเป็นเพียงคนเริ่มต้น หลังจากการเริ่มต้น ฟาร์มสุขก็เป็นของทุกคนที่ช่วยกันทำเพื่อเด็กๆ เพื่อสังคม และต้องขอขอบคุณผู้บริหารของบ้านสงเคราะห์ (ผมถูกขอไม่ให้เอ่ยชื่อในสื่อ แต่หลายท่านก็คงทราบแล้วว่าคือที่ไหน) ที่เปิดโอกาสให้ฟาร์มสุขได้ทำไอติมร่วมกับเด็กๆ ฟาร์มสุขไม่ได้เป็นผลงานของบอมนะครับ เป็นผลงานของเด็กที่ทำ เป็นผลงานของผู้บริหารที่เปิดโอกาส เป็นผลงานของคุณผู้สนับสนุนทุกคนที่ทำให้ฟาร์มสุขมีรายได้และยังอยู่มาได้ถึงวันนี้

สิ่งหนึ่งที่ผมพิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเองคือคนที่หาความสุขใส่ตัวอย่างเห็นแก่ตัวนั้นไม่มีวันที่จะได้พบความสุขอย่างแท้จริง มันเป็นเรื่องน่าแปลกแต่มันเป็นเรื่องจริง ผมดีใจที่พวกเรามีความสุขร่วมกัน ผมก็สุข คุณก็สุข เด็กๆ ก็มีความสุข สังคมก็จะเริ่มมีความสุขจากจุดเล็กๆ ที่พวกเราลงมือร่วมกันทำ

ขอบคุณครับ
บอม