รถเมล์ - วาเลนไทน์
posted on 15 Feb 2008 10:17 by stonezoup in Hitz, MyLifeStories14 ก.พ. 51
รู้สึกเหมือนกันมั้ยว่าวาเลนไทน์ปีนี้มันดูเงียบเหงาๆ เศร้าสร้อยยังไงไม่รู้ เอ๊ะ! หรือผมจะรู้สึกไปคนเดียวหว่า... เดินดูตามร้านค้าริมถนน ไม่เห็นค่อยจะมีร้านมาขายดอกกุหลาบ ไม่ค่อยจะมีคนเดินมาอุดหนุนคึกคักกันเหมือนปีก่อนๆ
ด้วยนิสัยช่างเผือก เลยไปเลียบๆ เคียงๆ ถามกับแม่ค้าขายดอกกุหลาบหาข้อมูลสักหน่อย แกก็บอกว่า "เออ..ปีนี้ยอดขายบิลลิ่งไม่ดี สงสัยดอลล่าห์อ่อน เงินบาทแข็ง ยอดเงินเลยไม่สะพัด ตลาดดอกกุหลายเลยปิดตัวที่ดัชนีไม่ค่อยดี"
นึกถึงวาเลนไทน์ปีนู้น.. ด้วยฮอร์โมนอันพลุ่งพล่านในวัยรุ่นบวกกับความพยายามอย่างบ้าคลั่งกระเดียดไปทางโง่หน่อยๆ ผมถ่อไปถึงปากคลองตลาดเพื่อซื้อดอกกุหลาบมาให้หญิงที่คบกันอยู่ตอนนั้น จะไปทำไมให้มันไกลขนาดนั้น ซื้อเอาแถวอื่นก็ราคาพอๆ กันนั่นแหละ แต่คิดเอาเองไง ว่าถ้าบอกหญิงว่า "เราไปซื้อมาจากปากคลองเลยนะเธอ เพื่อเธอโดยเฉพาะ เขาจะซึ้ง ประทับใจ" ฉลาดจริงๆ พ่อคุณ
ออกจากบ้านตี 3 บางครั้งความโง่ก็ทำให้คนตื่นเช้าได้เหมือนกันนะครับ ออกจากบ้านตี 3 ซื้อดอกไม้เสร็จประมาณ ตี 3 กว่าๆ นั่งรถเมล์กะว่าจะไปดักรอหญิงที่หน้าม.ศิลปากร
ก็นั่งรถสับปะหงกไป บรื้น.... สักพักก็มีเสียงดัง โคร้ม! เฮ้ย..อะไรว่ะ ตาหลีตาเหลือกตกใจตื่นขึ้นมา ปาดขี้มูกขี้ตา น้ำหูน้ำลายเสร็จ ก็เห็นเขาโวยวายอะไรกันที่ท้ายรถ อ๋อ..มีรถมาเสยกันชนท้ายรถเมล์คันที่ผมนั่ง เล่นเอาซะกันชนงอไปเลย
"เฮ้ยลูกพี่มันชนแล้วหนี" กระเป๋ารถเมล์มันโวยวายเสียงดัง "ตามมันไปเลย ไอ้ปิ๊กอัพคันนั้นแหละ" มันชี้ไปที่รถปิ๊กอัพที่เร่งเครื่องหนีไปเห็นตูดลิบๆ
ไอ้คนขับมันก็เชื่องดีนะครับ เชื่องไม่เชื่องปล่าว บ้ายุด้วยครับ "ไหนว่ะ คันนั้นใช่มั้ย" พี่แกเหยียบครัช เข้าเกียร์หนึ่ง กระทืบคันเร่งออกรถไปอย่างแรง "มึง... ชนแล้วหนีใช่มั้ย ไม่รู้จักกูซะแล้ว"
ว่าแล้วพี่แกก็ขับรถบี้ตามปิ๊กอัพคันนั้นไปทันที ทำอย่างกะรถเมล์ที่มันขับเป็นรถส่วนตัว ไม่ได้เหลียวแลมาดูไอ้พวกผู้โดยสารตาดำๆ ที่นั่งอยู่บนรถเล้ย ไม่มีการปรึกษากันสักคำ ว่าจะตามดีมั้ย เอาว่ะ..ถือว่าเป็นโปรโมชั่น สมน้ำหน้าผู้โดยสาร เอ้ย...สมนาคุณผู้โดยสาร ได้นั่งเกินระยะทาง กูจะบ้าตาย
อันที่จริง มันต้องขับไปทางสนามหลวง แต่มันดันผ่าวิ่งไปทางสะพานปิ่นเกล้า ตรงไปสายใต้ใหม่ วิ่งออกไปทางถนนบรมราชชนนี ผู้โดยสารก็นั่งหน้าเป็นหมา ภาวนากันไป ขอให้มีชีวิตรอด ทำไรมากกว่านี้ก็ไม่ได้ ครั้นจะลุกขึ้นมาตีกลองรำวงแบบโป้งชึ่งทัวร์ ก็ดูจะเป็นการร่าเริงเกินไป เดี๋ยวจะทำลายสมาธิการขับรถของโชว์เฟอร์มัน
"กูจะกลับบ้าน"
"กูจะไปทำงาน"
"กูนัดหญิงเอาไว้"
หลายคนคงจะคิดในใจไว้อย่างนี้ แต่อย่าคิดว่าไอ้คนขับ กับ กระเป๋า มันจะสนใจนะครับ ตอนนี้ความสนใจทั้งมวลของมันพุ่งเป้าไปที่ปิ๊กอัพคันหน้าเท่านั้น
"เฮ้ย มันอยู่นั่นไงลูกพี่"
"มันไปทางซ้ายแล้ว"
"เฮ้ย เลี้ยวขวาๆๆ"
"เอิ่ม..พี่ครับ มีผู้โดยสารอยู่ตรงนี้ครับ ช่วยสนใจด้วย นิดส์นึง"
นู่นแหละครับ มันขับผ่าไปถึงพุทธมณฑลสาย 4 นู่นแหละ ถึงได้ทันกัน
เคลียร์กันเสร็จสรรพ ก็ฟ้าสาง ราวๆ 6 โมงกว่า เสร็จแล้วมันก็เดินกลับขึ้นมาบนรถ
"อ้าว.. ยังไม่ลงกันอีกเหรอพี่" กระเป๋ามันพูดกับผู้โดยสาร ไอ้เปร๊ต.. มันขับกันอย่างกะนรกแตก จะให้พวกกูกระโดดลงหรือง๊ายยย ถามไม่คิด
"แล้วจะลงไหนกันบ้างล่ะ" โอ้ย..กูจะไปลงตรงไหนด๊ายย กูจะไปศิลปากร สนามหลวง ใกล้ปากคลองแค่เนี้ย... ถ้ากูเดินเอา แป๊บเดียวก็ถึงแล๊ว.. นี่มึงผ่า พามาถึงสาย 4 แล้วยังจะมาทะลึ่งบ้องถามว่าจะลงหน๊ายยย... ว้อย... ชีวิต
แล้วการจราจรแถว ปิ่นเกล้า จรัญฯ ก็โคตรสะดวกสะบายเลยครับ กว่าผมจะไปถึง ศิลปากร ก็ปาเข้าไปเกือบ 9 โมง แถมไอ้คนขับมันยังหัวเสียบ่นตลอดทางอีกนะว่า เสียเวลาจริงๆเลย ต้องขับมาส่งไอ้พวกนี้ อ้าว..ไอ้เวร พูดยังกะว่าพวกกูอยากจะนั่ง เอาชีวิตไปแขวนไว้กะมึงนักนี่
เป็นวาเลนไทน์ที่ประทับใจมากครับ กว่าจะได้มอบดอกไม้ก็นู่นแหละครับ เย็นย่ำแล้ว ดอกกุหลายงี้เหนี่ยวคอพับคออ่อน ซื้อมาดอกใหญ่ๆ เหลือเท่าดอกมะลิ ประทับใจมาก
กำลังนั่งนึกถึงอดีตอยู่เพลินๆ หญิงสาวข้างๆ ก็เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ทั่วโลกกำลังประสบกับปัญหาขาดแคลนประชากร คือ ในอีกประมาณ 15 ปีข้างหน้า จะมีแต่ประชากรสูงอายุจำนวนมาก มากกว่าจำนวนประชากรในวัยทำงาน เพราะว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจปากกัดตีนถีบอย่างปัจจุบันนี้ไม่เอื้ออำนวยให้คนมีเซ็กซ์กัน มีลูกมีเต้ากัน อย่างดีก็มีแค่คนเดียว ทีนี้พออีก 15 ปีข้างหน้า สัดส่วนคนในวันทำงานที่จะต้องเสียภาษีให้รัฐเพื่อเลี้ยงดูคนเฒ่าคนแก่ มันจะไม่บาลานซ์กัน เป็นแบบนี้ทั่วโลก
บางประเทศประสบกับปัญหานี้ไปแล้ว มีโจรแก่ๆ พยายามก่อคดี ก็ไม่ได้อุกอาจอะไร แต่ลักเล็กขโมยน้อย ตามสังขาร ลำพังแค่เดินก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว จะให้ไปปล้นแบ็งค์หรือไง ส่งผลให้ในคุกเต็มไปด้วยคนแก่ คุกแทบจะกลายเป็นบ้านพักคนชรากันเลยทีเดียว เห็นว่าจะต้องจ้างพยาบาลมาดูแลนักโทษแก่ๆกันด้วย ก็เปรมเลยสิทีนี้ ใครอยากจะออกจากคุกล่ะ อดอยาก อยู่ในคุกมีทั้งข้าวกิน ทั้งพยาบาลคอยดูแล้ว โอ้ย..รัฐบาลถึงกับเซ็ง
รัฐบาลญี่ปุ่นเคยให้เงินเป็นล้านกับครอบครัวที่มีลูก 3 คน ยังไม่มีใครเอา ใครจะเอาว่ะ ล้านเยนญี่ปุ่นจะทำอะไรได้สักแค่ไหนเชียว กินบะหมี่ปีเดียวก็หมดแล้ว
สิงค์โปร์เคยจัดงานปาร์ตี้ให้กับนักศึกษาปีสุดท้ายไปล่องเรือสำราญกัน กะว่าหนุ่มสาวจะได้จับคู่กุ๊กกิ๊กดุ๊กดิ๊กกัน แต่ป่าวเลย สุดท้ายจัดไปหลายปีเข้า ไม่มีแต่งกันสักคู่ รัฐบาลเจ๊ง เลยเลิกจัด
ผมเลยหันไปบอกกับสาวข้างกายว่า "งั้นเราไปอยู่ต่างประเทศกันดีกว่า ไปมีลูกเยอะๆ กัน"
"บ้า" เธอบอก
"ไม่ต้องไปอยู่ต่างประเทศก็ได้ มีลูกที่นี่แหละ แล้วค่อยส่งออกไปต่างประเทศ เหมือนดิลิฟเวอร์ลี่ ส่งคนงานไปต่างประเทศ.. แต่ก่อนจะมีลูกกันเนี่ย มันต้อง..."
"นี่..ใจคอจะคิดแต่เรื่องแบบนี้ใช่มั้ย" เธอทำเสียงดุ
แหม..เกลียดจริง คนรู้ทันเนี่ย


วางแผนครอบครัวก่อนครับ ไบรวู๊ดมากาเร็ตช่วยได้
กร๊าาากกกกกก
#1 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-02-15 11:19