หมึก - กระดาษขาว

posted on 24 Feb 2008 14:30 by stonezoup  in Hitz, SorPorChaw

ถ้าผมถามว่า "วันนี้เจอเรื่องดีๆ อะไรมาบ้าง?"

เอาล่ะสิ นั่งนึกกันจนเหงื่อหยดติ๊ง "เอ๊..มีหรือเปล่าว๊า"

งั้นเอาใหม่ ผมเปลี่ยนคำถาม "วันนี้เจออะไรแย่ๆ มาบ้าง?"
โหย.. มาเป็นชุดทีนี้
"เจอคนแซงคิวซื้อตั๋วหนัง"
"เจอคนเหยียบเท้าแล้วไม่ขอโทษ"
ฯลฯ

แปลกนะที่คนเรามีแนวโน้มที่จะจดจำเหตุการณ์ด้านลบ มากกว่าเหตุการณ์ด้านบวก

เคยรู้สึกมั้ยว่าแถวที่เรายืนต่อคิวอยู่ทำไมมันช้ากว่าแถวอื่น
ไอ้รถเมล์คันที่เรารอทำไมมันมาช้าจัง เวลาไม่รอเนี่ยมาจัง
อาหารที่เราสั่งมักจะมาช้ากว่าโต๊ะข้างๆ

มันเป็นแบบนั้นจริงอ่ะ?

ถ้าผมเอาหมึกหยดลงกระดาษขาวสักแผ่นหนึ่งแล้วยกให้ดู ถามว่าเห็นอะไร
ส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า เห็นหมึกหยดหนึ่งอ่ะดิ ถามได้
แปลกที่ไม่ค่อยจะมีใครตอบว่า เห็นกระดาษขาว

การสังเกตุเห็นสิ่งที่เป็นลบมากกว่าเป็นบวกของมนุษย์ถือเป็นสัญชาติญาณ เพราะเราต้องระวังภัย ที่จะเกิดขึ้นรอบตัวตลอดเวลา ตั้งแต่ยุคสมัยไหนมาแล้ว

มันเป็นสัญชาติญาณ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็เป็นภัยในความคิดเหมือนกัน

ภัยตรงที่ มันทำให้เรามองไม่เห็นด้านดีๆ แง่งามในหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต

ลองคิดดูดิ ถ้าเราจดจำได้แต่เรื่องแย่ๆ เราจะเป็นไง ก็ทั้งทุกข์ ทั้งเครียด เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันเนี้ย..

ไอ้คนที่เหยียบเท้าเรามันเดินไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่เรายังเคียดแค้นอยู่เลย "มึ๊ง.. อย่าให้เจอนะมึ๊ง กูจะเหยียบหน้ามึงคืนเลยคอยดู"

คนเราก็แปลก ไวจริงจริ๊ง กะไอ้เรื่องที่จะทำให้ตัวเองเป็นทุกข์
ทั้งที่บางที รอบตัวเราก็มีเรื่องดีๆ ให้เก็บเกี่ยวไว้เป็นความสบายใจได้ตั้งมากมาย

ม๊ะ..สุขกันเถอะเรา

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

confused smile เออจริง เราไปเพ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มากกว่าสิ่งที่มันดีอยู่แล้วทุก ๆ วัน

#1 By b613 on 2008-02-24 15:04

ขณะที่เขียนคอมเมนท์อยู่นี้ งานยุ่งมาก ปวดหัว ขี้เกียจ
มีแต่เื่องยุ่งยาก แต่สิ่งดีๆ ที่มองเห็นคือ ยังดีกว่าไม่มีอะไรทำครับsad smile

#2 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-02-24 15:09

สมัยเรียนจิตวิทยา
เคยมีการบ้านประจำเทอม
เขียนสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับตัวเราในวันนั้นมาวันละอย่างน้อย 5 อย่าง


big smile big smile big smile

#3 By จิปาถะ on 2008-02-24 16:35

ตอบอย่างดัดจริต
เยี่ยงคนมองโลกตรงข้ามกับความคิดสุขนิยม

ในหนึ่งวันถามก่อนเลยว่า
เราได้รับสิ่งดีๆ จากคนรอบข้างมากน้อยแค่ไหน???
(ยิ่งในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันเช่นนี้)

ตัวอย่างไม่ไกลตัว เช่นเรื่องความมีน้ำใจ
ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถโดยสารหรือขับรถส่วนตัวก็ตาม

ถามต่อว่าในทุกวันนี้ เราพบเห็นความมีน้ำใจในส่วนของพื้นที่ตรงนี้มากน้อยแค่ไหน หากมีกราฟหรือข้อมูลเชิงสถิติ ผมเชื่อว่าความมีน้ำใจบนพื้นที่ทางหลวง น่าจะลดน้อยต่ำลงอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา...

แต่ก็อย่างที่ว่าละครับ คนเราส่วนใหญ่มักจะจดจำเรื่องไม่สู้ดีที่เกิดขึ้นกับตัวเราเสมอ ถึงกระนั้นก็เถอะวนแต่ละวันจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นให้เราจดจำหรือเปล่า???

อย่างไรก็ดี เราคงมีชีวิตอยู่ในสังคมนี้ไม่ได้ใช่ไหมครับ ถ้าในหนึ่งวันไม่มีคนที่หลีกทางให้เราเดินยามที่เดินส่วนกันบนทางเท้า หรือไม่มีใครเขยิบที่ให้เรายืน ยามต้องเบียดเสียดกันบนรถโดยสาร

ซึ่งบางครั้งนี่เอง คนเราก็ไม่จำเป็นต้องคอยแต่จะเก็บเกี่ยวสรรหาเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเสมอ เพราะเรื่องราวปกติ ที่สามารถพบเจอในระหว่างทางของชีวิตประจำวัน ก็ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ในสังคมอย่างไม่ทุกข์ ไม่ร้อนแล้วครับ (ผมว่านะ)sad smile

#4 By kitt on 2008-02-24 16:37

Hot!มาให้ดาว เป็นอีกคนที่ไวกะการเก็บความทุกข์

#5 By Yong on 2008-02-24 16:57

ก้อ จรอง อ่ะนะครับ.............มนุษย์โลกอย่าง เราๆ ต่างก้อมองโลก ในทางลบก่อน อยู่แล้วนี่ครับ.........ธรรมดาครับ แต่หลังจากนั้น แล้ว การมองโลกทางบวกก้อ จะตามมาเอง......sad smile

#6 By The Jojohs on 2008-02-24 17:32

เป็นความจริง ที่แก้ได้ยากมากๆ
ถึงใครๆจะรู้ว่าคิดแต่เรื่องดีๆมันดีกว่า แต่สมองมันไม่ยอมทำตาม ขึ้นอยู่กับว่าเราอดทนและแน่วแน่แค่ไหนมั้งครับ (เขียนเอง งงเอง sad smile )

#7 By คนธรรมดา on 2008-02-24 17:38

เพราะการที่เราจดจำความไม่สบาย ความยากลำบาก และรสชาติที่ไม่อร่อย นั้น

เป็นแรงผลักดันให้เราดิ้นรนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ค่ะ !!

ดังนี้ จึงเรียกว่า พัฒนาการ


ปล. คิดตามเจ้าของบลอคน่ะค่ะ ว่าการที่เราจดจำแต่เรื่องไม่ดี ก็มีข้อดีเหมือนกันนะ ไม่ได้มีแต่ข้อเสียbig smile

#8 By PoY on 2008-02-24 18:16

เพราะเรื่องมันเด่นขึ้นมามากกว่ามั้งพี่...แบบ คนปกติ เจอแต่เรื่องดีๆมีความสุข พอเรื่องแย่เลยจำ

ถ้าถามขอทานข้างถนน ที่ปกติเจอแต่เรื่องแย่ๆตลอด เค้าอาจจะตอบว่า "เรื่องดีๆวันนี้คือมีหนุ่มหล่อคนนึงกะลังคุยกะป้าอยู่" ก็ได้นะ... เหอะๆ
Hot!

ความจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง

#10 By Zairen_Bibliophobia on 2008-02-24 19:52

ก็ต้องหัดไม่คาดหวังในเรื่องอะไรเลยแล้วจะไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เจอมันแย่big smile

#11 By VAR on 2008-02-24 20:23

มันก็คงจะเหมือนความชั่วดี

เรื่องดีๆละไม่เคยจะเห็น

เรื่องชั่วๆนี้รับรู้กันเร็วจัง ฮ่ะๆๆๆ

#12 By =^o^= NekiKO~ on 2008-02-24 21:02

ชอบจังค่ะ

เลือกมองแต่ด้านดีๆ แล้วชีวีจะมีสุข big smile
เศร้าไปทำไมม

#14 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-02-24 22:05

การฝึกตัวเองให้มองแต่ในด้านดีเป็นการฝืนสัญชาติญาณ
และการฝึกแบบนี้มันมีคุณ ตรงที่ทำให้เราอยู่ใน "สภาวะตื่นรู้"

เราจะรู้ตัวเราเสมอ เมื่อมีเรื่องเข้ามา เอ้า..งานเข้าแล้วเว้ย เราจะรู้สึกอย่างไร ดี-ไม่ดี

ต่อให้เรารู้สึก(ตัว) ว่าเราเลยเถิดมองว่ามันแย่ไปแล้ว เราก็จะรู้สึกตัวว่า เฮ้ย..ทำไมเราต้องมองแบบนี้ด้วย ทำไมไม่คิดทำให้ตัวเองมีความสุข

คล็อด โทมัส ทหารผ่านศึกเวียดนาม ภายหลังมาบวชเป็นพระเซน
ครั้งหนึ่งท่านเดินเท้าจากนิวยอร์คไปแคลิฟอเนียเพื่อรณรงค์สันติภาพ
ครั้งนั้นใช้เวลาการเดิน 5 เดือน
ตลอด 5 เดือนท่านไม่พกเงินเลย อาศัยเดินบิณฑบาตรเอาตามบ้านคน
ในอเมริกาวัดพุทธน้อยมาก ส่วนใหญ่จะมีแต่โบสถ์ วัดคริสต์
บ่อยครั้งที่โดนปฎิเสธว่า "คุณเป็นพุทธ เราไม่ช่วยคุณหรอก"
ท่านก็จะสงบนิ่ง พนมมือ ค้อมตัวแสดงความเคารพ แล้วก็เดินจากไป อย่างนิ่งๆ (และหิว 555)

ท่านมองว่าการที่โดนปฎิเสธ เป็นการทำให้ท่านได้ฝึก ได้เห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะดีหรือร้าย
บ่อยครั้ง-นานวันเข้า ท่านก็รู้ทันความรู้สึกของตัวเอง ไม่โดนครอบงำ มองเห็นอารมณ์ตัวเองเหมือนหนังเรื่องหนึ่ง ฉายแป๊บๆ ก็จบเรื่องแล้ว
น่านจิเนาะ เห็นด้วยๆๆๆ

#16 By LhinKo^_^ on 2008-02-25 11:53

ชอบจังเลย

แต่จริงๆแล้วก็ควรมองทั้ง2ด้านแหละนะ Hot!

#17 By natsuki on 2008-02-25 14:11

นานาจิตตัง มีงานทำก็ดีแล้วนะbig smile

#18 By 2spot studio on 2008-02-25 14:41

เห็นด้วยทุกประการทั้งปวงหงะ

#19 By OodOon on 2008-02-25 19:22