พิซซ่า-มิตซู-สหพัฒฯ
posted on 20 Mar 2008 08:38 by stonezoup in MyLifeStories
เมื่อต้นสัปดาห์เป็นวันกำหนดนัดที่ผมจะได้เข้าไปสัมภาษณ์คุณบุญชัย โชควัฒนา ผู้บริหารเครือสหพัฒนพิบูลย์ บริษัทที่จัดจำหน่ายมาม่ามาให้เรากินจนแทบจะกลายเป็นอาหารหลักในชีวิตวัยเรียนมหาลัยนั่นแหละ
สหพัฒฯ มีสินค้ามากมายกว่า มาม่า
มีบริษัทในเครือเป็นร้อย พนักงานเป็นพัน
สินค้าส่วนใหญ่ของเขาเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค
ภาษากระแดะๆ แบบการตลาดเรียกว่า consumer product
ไอ้คอน-ซู-เมอร์-โปร-ดักส์เนี่ย มันก็คือข้าวของเครื่องใช้ที่เราต้องใช้กันประจำๆ ในบ้าน อาทิ ยาล้างจาน สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก
อะไรที่เราต้องซื้อใช้กันทุกเดือนประมาณนี้แหละ
คิวนัดสัมภาษณ์มีตอน 09.30 ที่อาคารสหพัฒฯ 1 บนถนนเพชรบุรี
เราก็ตื่นแต่เช้า เพราะต้องเผื่อเวลาเดินทาง เผื่อเวลารถติด เผื่อเวลาปวดท้องขี้ตอนเช้า เผื่อเวลากินอีก โอ้ย..ต้องเผื่อหลายอย่าง เลยตื่นมันแต่เช้า - กันไว้ก่อน เดี๋ยวไปสาย
ทีแรกก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะไปกางเต็นท์นอนหน้าบริษัทเขาเลยดีมั้ย จะได้ตื่นสัก 9 โมง 15 ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัวชิลๆ ก็ยังทันเวลานัดถมเถ
อืม..แลดูเป็นความคิดที่ดี กูเอาสมองส่วนไหนคิดว่ะเนี่ย โชคดีที่ไม่บ้าเคลิ้มไปกับความคิดของตัวเอง ไม่งั้นคงได้เห็นตัวเองออกข่าวทีวี "ชายนิรนามไม่ทราบชื่อ ตั้งเต็นท์ประท้วงมาม่าขึ้นราคา นอนอยู่หน้าสหพัฒฯ สมหญิงรายงาน สมชายถ่ายภาพ สมหมายขับรถ สมปองน้องสมชายอีกที ฯลฯ" จะบ้าตาย
อืม..คิดแล้วยอมฝ่ารถติดดีกว่าจะทำตัวเองให้กลายเป็นประเด็นทางสังคมไป อย่าเลยเดี๋ยวโดนนายกมันด่าออกทีวี ยิ่งชอบด่าสื่อฯอยู่ด้วย
ฉะนั้นการฝ่ารถติดยามเช้าไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยจึงเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ
ตลอดระยะเวลาการเดินทางสู่จุดหมายนั้น กัปตันหนิงอย่างผมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึกตลอดเส้นทางจริงๆ คือผมไม่รู้เลยว่าตึกมันตั้งอยู่ตรงไหนกันแน่ ขับรถเหลียวซ้ายแลขวาล่อกแหล่งอย่างกะกลัวใครจะตามมาทวงหนี้
นี่ถ้าได้ชุดแดง หมวกเขียวๆ มาใส่ มีกล่องพิซซ่าสักหน่อยนะ ใช่เลยเด็กส่งพิซซ่าเห็นๆ
เออ..น้องครับ พี่เข้าใจแล้วว่าการส่งพิซซ่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ ต่อไปนี้พี่จะไม่บ่นน้องอีกแล้วเวลาน้องมาส่งช้า แม้ว่าพี่จะหิวจนขนาดกินควายได้ทั้งตัวก็ตามทีเหอะ... นี่ขนาดบริษัทที่เรามองหาเป็นตึกอยู่ริมถนนเพชรบุรีนะ เรายังหาไม่เจอ แล้วน้องเขาต้องขับรถไล่ล่าหาไปตามบ้านน่ะ แกเก่งจริงๆ
แล้วอย่าสงสัยว่าทำไมเราไม่ดูแผนที่... แหมขี้สงสัยจริงนะแม่คุ๊ณ
ก็ตามแผนที่ที่ได้มา เขาบอกว่าบริษัทจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับโชว์รูมรถมิตซูบิชิ ในแผนที่เขียนคำว่าโชว์รูปมิตซูใหญ่มากๆ ใหญ่กว่าชื่อบริษัทอีก ก็เดาเอาว่าโชว์รูมมันน่าจะหาง่ายกว่า จะมีขนาดใหญ่กว่า สะดุดตากว่า เป็นที่สังเกตุกว่า คือถ้าหาโชว์รูมเจอ ก็ต้องหาบริษัทเจอ เลยมองหาโชว์รูมเป็นเป้าหมายแรกไว้ก่อน
ขับรถไปเรื่อยๆ ตื่นเต้นชิบเป๋ง ตอนเล่นแรลลี่ขับรถหา RC ยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้ เพราะมันไม่มีรถคันท้ายมาคอยปีบแตรปิ๊นๆ ไล่อยู่ข้างหลัง โอย..กูขับเร็วได้ กูเร็วไปแล้ว
เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่อยากมีพ่อเป็นตำรวจจราจรประจำอยู่แถวนี้จะได้ให้พ่อเปิดหวอขับนำเสียให้รู้แล้วรู้รอด
นั่นไง.. ไหนว่ะ.. โชว์รูมรถมิตซูฯ นี่ผมขับเลยมาถึงแยกที่จะเลี้ยวเข้าเอกมัยแล้ว-มันต้องเลยจุดหมายมาแล้วแน่ๆ เขาบอกว่ามันไม่ได้อยู่ไกลขนาดนี้นี่หว่า
จากประสบการณ์-บริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้ มีบริษัทในเครือเป็นร้อย พนักงานเป็นพัน ที่ทำงานต้องใหญ่โต มีตึกสูงลิบลิ่ว จำได้ว่าเมื่อสักครู่สักครู่ขับผ่านมาเห็นตึกอะไรไม่รู้ใหญ่ๆ มีหลายชั้น เดาเอาว่าน่าจะเป็นตึกนั้นแหละ
มือไวเท่าความคิด กลับรถเลยครับ พุ่งตรงไปที่ตึกนั้นทันที มองเห็นป้ายตำรวจท่องเที่ยวติดตระหง่านอยู่ตรงตัวตึก ถึงจะไม่แน่ใจ แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า แหม..ตึกใหญ่ขนาดนั้น บริษัทเขาคงแบ่งพื้นที่ให้บริษัทอื่นเช่ามั้ง ตึกนั้นแหละใช่แน่ๆ ไม่ผิดหรอก ผมคิดในใจ ชัวร์...
พอถึงตึก เห็นทางเข้าก็เลี้ยวเข้าทันที ป๊าบ..
อุ๊..แม่เจ้า มันดันเป็นทางเข้าสำหรับรถส่งของเสียได้ รถปิกอัพส่งของจอดออกันตรึม คนขับหันมามองที่รถผมกับพรึ่บ ป่าว..ไม่ใช่รถสวยเดิ้นอะไร พวกพี่ๆ เขาคงคิดในใจว่า "มึงจะมาส่งอะไร ไอ้โง่ ถ้าจะจอดรถเข้าตึกไปช่องนู้นเว้ย!" ก็เดือนร้อนต้องถอยตูดออกสิครับทีนี้ แหม..แล้วการถอยตูดรถยื่นๆ เข้าไปในถนนเพชรบุรีตอนเช้าที่มีรถเยอะๆ นี่มันโคตรสะดวกสบายเลย แต่ก็ถอยออกมาจนได้ ในใจก็คิด ตึกตั้งใหญ่ ทำไมไม่รู้จักทำป้ายทางเข้า-ออกอาคารให้มันสะดุดตาหน่อยว่ะ
เลยจากไอ้ช่องที่ผมเลี้ยวเข้าไปนิดเดียวนั่นแหละครับ เป็นทางเข้าอาคารจอดรถ คราวนี้ไม่มีพลาด เลี้ยวเข้าทันที รับบัตรจอดจากยาม ค่อยๆ ขับไต่ขึ้นไปตามอาคารจอดรถมองหาที่จอดเหมาะๆ ก่อนจะจัดแจงแต่งตัว เก็บของ เดินเข้าตึก ขึ้นไปชั้น 3 ตามที่นัดหมายเอาไว้
พอไปถึงชั้น 3 ก็เดินหาออฟฟิศสหพัฒฯ
แหม..ผิดคาดนะเนี่ย นึกว่าชั้น 3 จะเป็นสหพัฒฯทั้งชั้น อะไรประมาณนี้
แต่กลายเป็นว่าหาจนทั่วก็หาไม่เจอ
เอ๊ะ..หรือว่าเขาย้ายออฟฟิศไปแล้ว ยัง ยังมีอารมณ์จะเล่น ใช่เวลาจะมาเล่นมั้ยเนี่ย
ไม่มั้ง..ถ้าย้ายจะนัดเรามาที่นี่ทำไม พี่เลขาเขาคงไม่ขี้เล่น ขี้อำ กะเราขนาดนั้น ก็เลยเดินไปถามยามที่อยู่แถวนั้นพอดี
"ยามครับ ออฟฟิศสหพัฒฯ อยู่ตรงไหนครับ"
"สหพัฒฯไหนครับ"
เอาแล้วไงกรู เจอยามขี้เล่นอีกคน อย่าๆ อย่ามาทำลายความเชื่อมั่นแถวนี้ ตึกนี้แหละชัวร์ๆ ยามอย่ามาอำ "เอิ่ม.. ไม่มีเหรอครับ สหพัฒฯ ที่ชั้นนี้น่ะ เขาบอกว่าชั้น 3"
"ไม่มีครับ" ยามยืนยัน นั่นๆ เล่นไม่เลิกนะพี่ยาม
"แล้วตึกนี้.. ชั้นอื่นมีมั้ยครับ สหพัฒฯ" เริ่มลังเล ในใจคิดว่ามีให้กูหน่อยเถ๊อะ ตรงไหนก็ได้สักชั้น
"ไม่มีนะครับ" ยามตอบอย่างไม่ปราณี
เอาแหล้ว ซวยแหล้ว ความมั่นใจที่สั่งสมมา ถูกยามทำลายไม่เหลือชิ้นดี มาผิดตึกจนได้ เอาไงดีว่ะเนี่ย เริ่มวิตกจนพาลจะปวดขี้ขนลุกซู่ขึ้นมา
"แล้วยามพอจะทราบมั้ย ว่าสหพัฒฯอยู่ตรงไหน" ยังหวังอยู่ว่ายามคงพอจะช่วยเสริมสร้างความใหม่ใจใหม่ให้เราได้
ยามยิ้มอย่างอารี แล้วกล่าวอย่างเชือดเฉือนว่า "ไม่ทราบครับ"
อืม.. ช่วยไรตูไม่ได้เลย
ขณะที่กำลังจอดรอเลี้ยวรถออกจากอาคารเข้าสู่ถนนใหญ่อย่างสิ้นหวัง ปราศจากซึ่งความมั่นใจ ราวกับพลัดหลงกับแม่กลางถนนชอง-เช-ลิ-เช่ ตอนอายุ 3 ขวบ แหม..หรูนะนั่น ความจริงอ่ะหลงกันตอนไปเที่ยวงานภูเขาทองต่างหาก ไม่รู้จะไปทางไหน "อับจนซึ่งหนทาง จะไปทางไหนดี จะไปทางไหนดี จะมีทางไหนที่สดใสสว่าง จะไปทางไหนดี จะมีใครชี้ทาง หมดความมั่นใจไปหมดทุกอย่าง เราจะไปทางไหน" อืม..สบายใจลอกเพลงของใหม่ เจริญปุระมาทั้งดุ้น
ระหว่างที่รอเลี้ยวรถ ผมแหงนหน้ามองตึกเล็กๆ ขนาด 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ข้างๆ เป็นการฆ่าเวลา ที่ผนังตึกนั้นมีตัวหนังสือสีทองติดเอาไว้ว่า "สหพัฒนพิบูล" ในใจผมอิ่มเอิบไปด้วยความปลาบปลื้มใจราวกับพบขุมสมบัติ
มองไปฝั่งตรงข้าม คิดในใจว่า ไหนว่ะโชว์รูมมิตซู..

#1 By azlaz on 2008-03-20 09:23