มัน - ปรี้ดส์

posted on 13 May 2008 18:30 by stonezoup  in MyLifeStories, Photography

11 พ.ค. 51

ตั้งแต่รู้จักกรมอุตุฯมา (แหม..พูดเหมือนเป็นเพื่อนกัน) ก็เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่เห็นว่าเขาพยากรณ์ได้ถูกว่าฝนจะตก

พยากรณ์ถูกยังไม่เท่าไร สิ้นเสียงที่เขาพยากรณ์ทางวิทยุปั๊บ ฝนก็ตกลงมาทันที ทายแม่นอย่างกะตาเห็น

แล้วฝนมันก็ตกมาตั้งแต่บ่าย ยันหลับมันก็ยังคงตกอยู่ ทำให้วันนี้อดไปนั่งชิวรับลมหน้าบ้านหลังอาหารเย็นตามปกติ

กลายเป็นว่าต้องไปนั่งดูทีวีแทน

ดูทีวีก็สงสัยอีกแล้วว่า เดี๋ยวนี้เขาไม่ใช้สรรพนาม “มัน” แทนการเรียกสัตว์กันแล้วใช่มั้ย เห็นหลายรายการแล้ว ไม่ว่าจะเรียกหมา แมว ช้าง ใช้สรรพนาม “เขา” กันหมด

สรุปว่า “มัน” เนี่ยเอาไว้ใช้เรียกแทนคน... เกรงใจสัตว์แต่ไม่เกรงใจคน ว่างั้น

12 พ.ค. 51

โดนหลอกให้ออกจากบ้าน

นัดแนะกับพี่ที่จีเอ็มว่าให้ผมเข้าไปรับบรีฟงานตอนบ่ายสอง เลยรีบแต่งตัวออกจากบ้านแต่เช้า

พอไปถึงออฟฟิศเท่านั้นแหละ แม่คุณเอ้ย โทรมาเชียว บอกขอเลื่อนนัด วันนี้พี่ไม่สบายพร้อมกับทำเสียงป่วยเสริมความน่าเชื่อถือ

จะคิดว่าแกหลอกก็คงไม่ได้ คนมันจะป่วย ใครจะไปห้ามได้

ใครมั่งที่อยากป่วย แต่แหม..น่าจะโทรเร็วกว่านี้สักนิด จะได้เลี้ยวรถกลับบ้าน

เลยต้องแกร่วอยู่ออฟฟิศ กลายเป็นเจ้าไม่มีศาล เหมือนโดนแฟนทิ้ง พ่อแม่ไม่รัก ไม่รู้จะไปไหน สุดท้ายเลยไปเอาของแถวปทุมธานี

ทำให้รู้ว่าถนนเส้นที่ตัดจากรามอินทราไปลำลูกกาขยายช่องทาง เฉพาะขาออก จาก 2 ช่อง ขยายเป็น 4 ช่อง แต่พอถึงช่วงที่เป็นสะพาน มันก็บีบเหลือ 2 ช่องทาง ให้รถมันติดตรงคอสะพานแบบหน้าไม่อาย

สรุปว่าติดหนักกว่าเดิมอีก ไม่รู้จะขยายให้มันเปลืองงบไปทำไม

ขากลับ สัญญาณไฟเตือนว่าน้ำมันกำลังจะหมดถัง แทนที่จะขับเข้าปั๊มก็ดันทะลึ่งขับผ่านปั๊มไปหน้าตาเฉย

เจอกี่ปั๊มๆก็ไม่จอด เอาแต่คิดว่าเดี๋ยวปั๊มหน้าค่อยจอด ค่อยเติม พอขับผ่านปั๊มไปแล้วก็มานั่งลุ้นอยู่ในรถจนเยี่ยวจะราดอีกนะ ลุ้นว่าน้ำมันจะพอวิ่งไปถึงปั๊มหน้าหรือเปล่า อีกไกลไหมกว่าจะถึง รู้งี้เติมปั๊มเมื่อกี้ก็ดี

แต่พอเจอปั๊มปุ๊บ เหมือนเดิม ไม่ยอมเติม จะเสี่ยงไปปั๊มหน้าอีก

เฮ้ย! นี่มันโรคจิตนี่หว่า

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะคอยลุ้นให้มันเป็นมะเร็งอัณฑะไปทำไม จะบ้าตาย

เพื่อนรุ่นน้องโทรมาชวนไปเลี้ยงข้าว ไม่รู้มันรวยมาจากไหน

ด้วยคุณสมบัติผู้ดี มีมารยาทงดงาม ทำให้เกรงใจไม่กล้าถาม เลยก้มหน้าก้มตากินอย่างตายอดตายอยาก ตั้งใจกินตุนไว้ให้ถึงมื้อเย็น จนน้องมันต้องทัก เฮ้ยพี่...คุยกันบ้างก็ได้ เดี๋ยวจะตายเสียตั้งแต่ใบหน้ายังอ่อนวัย(ทอง)

เห็นแก่เจ้าภาพ เลยเงยหน้าขึ้นมาถามมันเรื่องโทรศัพท์ สงสัยมานานแล้วว่ามันจะพกโทรศัพท์ไปทำไมต้องหลายเครื่อง

มันบอกเครื่องเดียวเมมฯเบอร์ไม่พอ

ฟังทีแรกนึกว่ามันล้อเล่น เพราะผมไม่เคยเมมฯเบอร์จนเต็มสักเครื่องตั้งแต่ใช้โทรศัพท์มือถือมา

เลยหลักร้อยได้นี่ก็ถือว่าหรูมากแล้ว

เคยพยายามจะเมมฯ ให้เต็มอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นเจอใครก็ถามเบอร์กดเมมฯ ไว้หมด ไม่เว้นแม้กระทั่งยามปั่นจักรยานผ่านหน้าบ้าน

สุดท้ายก็รำคาญเอง เพราะจะหาชื่อคนรู้จักเจอแต่ละทีก็เล่นเอารำคาญ แถมไอ้ที่เมมฯไว้บางชื่อก็ลืมว่าเคยไปทำความรู้จักกันไว้ตั้งแต่พศ.ไหน

เลยถามน้องมันไปว่า ไอ้ที่เมมๆไว้น่ะ เวลามีปัญหาโทรหาได้สักคนหรือเปล่า อย่างวันนี้มันมีเรื่องกลุ้มใจมันก็กดไล่โทรหาทีละคนให้มานั่งฟังมันบ่นเรื่องงาน

สุดท้ายก็มีแต่ผมที่โชคจริงๆ กับเรื่องแบบนี้ เลยต้องมานั่งฟังมันปรับทุกข์

ทีส่งฝาโออิชิไม่เห็นจะได้กะเขามั่งเลย

ตอนถามมันว่ามีสักคนมั้ยในลิสต์ที่เมมฯไว้เป็นร้อยๆ เบอร์ แล้วสามารถโทรหาได้ในเวลามีทุกข์กลุ้มใจ

น้องมันกำลังก้มหน้าตักต้มยำเข้าปากอยู่ เจอคำถามนี้ของผมเข้าไปมันถึงกับชะงักค้าง ช้อนที่ปริ่มไปด้วยน้ำต้มยำสั่นระริก

มันค่อยๆวางช้อนลง แล้วเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ

น้ำตานองหน้า..

พระเจ้านี่ผมยิงคำถามไม่รักษาน้ำใจคนเลยหรือนี่ ซ้ำร้ายคนที่ผมไม่รักษาน้ำใจที่อยู่ตรงหน้าขณะนี้เป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารมื้อนี้เสียด้วย นี่ถ้ามันเคืองจนลุกหนีกลับบ้านไปแล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่าย

โอ้วม่าย... น้องรัก พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะถามแรงว่ะ

ผมถึงกับหน้าสลดลงทันที ไว้อาลัยในการกระทำของตัวเอง

อะไรพี่จะหน้าสลดลงทันที ไว้อาลัยในการกระทำของตัวเองทำไม

แค่ผมเผลอกัดลิ้นตัวเอง

...

อ้าวเวร กรูก็นึกว่าเศร้า

ก่อนกลับบ้านแวะเข้ายันฮี กะจะเอาผ้าแพรไปผูกท่อนซุงแก้บน ว้อย..ไม่ใช่ แวะไปทำธุระ

เลี้ยวเข้าลานจอดรถปั๊บ มองกระจกหลัง เห็นที่ว่างสำหรับจอดได้หนึ่งคัน ใกล้ประตูทางเข้ารพ.พอดี เดินนิดเดียวถึง

กดสัญญาณไฟผ่าหมาก เข้าเกียร์เตรียมถอยหลังเข้าซอง

ยามเป่าปรี๊ดเลย โบกให้ผมขับไปข้างหน้า พร้อมกับชี้บอกว่าข้างหน้ามีช่องว่างให้จอด

ผมก็โบกมือไป-มา แล้วชี้ไปข้างหลัง เป็นทำนองภาษาใบ้ส่งสัญญาณว่าไม่เป็นไร จะถอยจอดตรงนี้ แล้วค่อยๆ เหยียบคันเร่ง

รถขยับถอยหลังไปได้นิดเดียว ยามเป่าปรี๊ดๆๆๆๆ เสียงดังลั่น บอกให้ผมขยับไปจอดข้างหน้า

เฮ้ย..ก็อยากจอดตรงนี้อ่ะ ก็ไม่มีป้ายห้ามจอดนี่หว่า

ปรี๊ดๆๆๆๆ ยามเป่านกหวีดเสียงดังลั่นกระชั้นถี่ๆเร่งให้ขับไปข้างหน้าตามทางที่แกชี้แนะ

ยามคนนี้ท่าจะเป็นยามดีเด่นผ่านการรับโล่ห์มาแล้วทุกสถาบันเพราะแกทำหน้าที่ได้ขยันขันแข็ง จริงจังมาก

ทีแรกผมกะจะไม่ยอม

ไม่ๆๆๆ จะจอดตรงนี้ มาร์คเป็นตัวของตัวเอง มาร์คจะไม่ยอมเชื่อใคร

ปรี๊ดๆๆๆๆ ยามแกก็ไม่ยอมเหมือนกัน เป่านกหวีดใหญ่ เป่าจนคนมองกันทั้งลาน

แถมยามแกก็แก่ด้วยนะ แต่แกก็หลับหูหลับตาเป่านกหวีดเหมือนลืมอายุขัยของแก นี่ถ้าแกเป่านกหวีดจนหมดลม ตายในหน้าที่ ผมจะโดนข้อหามั้ยนี่

ไม่ไหวแล้ว.. มาร์คไม่เป็นตัวของตัวเองก็ได้ มาร์คอายเหลือเกิน ครับลุงครับ ผมไม่จอดตรงนี้ก็ได้ ผมจะไปจอดที่ที่ลุงปรารถนา ตรงไหนครับ บอกมาเลย

แล้วผมก็ขับรถเข้าจอดในช่องจอดรถที่ลุงยามต้องการอย่างเสียสติ

จอดตรงนี้ใช่มั้ยที่ลุงต้องการ 5555 จะบ้าตาย


เครือซีเมนต์ไทย
บางซื่อ, กทม. | พ.ค. 51

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ลุงยามแกช่างมีอุดมการณ์จริงๆ เป่านกหวีดจนคนอายconfused smile
เห็นด้วยเรื่องกรมอุตุครับ sad smile

#1 By berserkrabbit on 2008-05-13 18:56

ลุงช่างมีความพยายามและอดทนดีจริงๆsad smile

#2 By คนธรรมดา on 2008-05-13 19:05

ฮาตั้งแต่เรื่องกรมอุตุยันลุงยาม

confused smile

#3 By พ. on 2008-05-13 22:35

เปิดกระจกรถบอกยามไปเลยครับว่า
ให้ตายยังไงมาร์คก็จะจอดตรงนี้...

ปล.กัดลิ้นตัวเองตอนกินต้มยำนี่
ทั้งเผ็ดทั้งเจ็บเลยนะนั่นconfused smile

#4 By robocon on 2008-05-14 00:01