พลอยสุข
posted on 21 May 2008 09:10 by stonezoup in MyLifeStories18 พ.ค. 51
ช่วงนี้ชีวิตมีสีสันมาก
วันๆ เอาแต่นั่งออกแบบ จัดหน้า สั่งสี จะเอาสีนั้น ไม่เอาสีนี้ วุ่นวายไปหมด โชคดีดีที่ตอนนี้มีอินเตอร์เนตทำให้งานสั่งสีง่ายขึ้นสำหรับนักออกแบบง่อยๆ อย่างผม ที่ไม่เคยจำทฤษฎีสีได้เลยแม้ว่าจะทำงานมานานนับสิบปีแล้วก็ตาม
อินเตอร์เนตทำให้การสั่งสี เลือกสีง่ายขึ้นเพราะมีเว็บอย่าง colorhunter.com ที่เราสามารถอัพรูปขึ้นไปให้มันบอกว่าในรูปมีสีอะไรให้บ้าง
ได้สีแล้วเราอาจจะนำไปเลือกโทน ดูคู่สี ที่ colorlovers.com เว็บนี้จะมีธีมสีมาให้
แต่ที่ผมใช้บ่อยที่สุด เลือกตามทฤษฎีสี ต้องเว็บนี้เลย kulor.adobe.com เป็นเว็บของอโดบี ใส่สีไปแล้วมันจะให้เราเลือกเอาตามทฤษฎีเลย จะเอาแบบไหน mono อะไรก็เลือกตามใจชอบ
ทำงานเพลินๆ เพลียๆ นึกอยากจะออกนอกห้องทำงานไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง พยายามจะเดินออกจากประตูห้องทำงานก็ทำไม่ได้ เพราะนั่งทำงานนานเกินไปจนตูดบาน แม้จะพยายามขมิบตูดก็แล้วก็ยังช่วยลดขนาดตูดบานๆไม่ได้สักเท่าไร
ตอนนี้พยามทำงานไป ส่ายตูดบริหารไป เพื่อกระชับสัดส่วน คาดว่าวิสาขบูชาหน้าคงจะออกจากห้องไปส่งงานได้ จะบ้าตาย
19 พ.ค. 51
ถึงจะรู้อยู่เต็มอกฟี้บๆว่าเรื่องมันจะต้องออกมาเป็นแบบนี้ แต่ก็นะ ยังไงอยากลองเสี่ยงอยู่ดี...
งานด่วนมันทำให้ผมต้องคลุกคลีตีโมงอยู่แต่ในห้องทำงาน ไม่ได้พูดคุยกับสุดที่รักเลย เว้นเฉพาะตอนทานอาหาร ที่เธอจะเคาะๆจานแล้วผมก็วิ่งออกจากห้องไป เฮ้ย...นั่นมันหมาแล้ว
จนเธอเดินเข้ามาในห้องทำงานแล้วถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ผมลังเลอยู่นิดหนึ่ง แล้วก็บอกให้เธอช่วยออกแบบอย่างที่เธออยากทำ อยากทำแบบไหนทำไปเลยเดี๋ยวช่วยดูให้
ที่ลังเลเพราะรู้ว่าอะไรมันจะเกิดตามมา...
ลองทายดูเล่นๆ ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมา อ๋อไรนะ ขี้เกียจทายเหรอ เสียเวลา แหม...ไม่มีส่วนร่วมเลยพ่อคุณ
ที่ผมให้เธอช่วยเพราะอยากให้เราได้นั่งอยู่ใกล้กัน... ไม่ใช่พ่อไปทาง แม่ไปทาง ครอบครัวมีปัญหา
เราสองคนมักจะอยู่ในรัศมีพอได้กลิ่นกัน เรียกว่าคิดถึงกันจะได้เดินมาดมๆกลิ่นกันพอหายคิดถึง เฮ้ย...คนหรือวะนั่น
เอาเป็นว่าเราชอบอยู่ใกล้กัน – ส่วนใหญ่นะ
เอิ่ม...ยกเว้นตอนขี้นะ ที่เราจะไม่ก้าวก่ายทำลายสมาธิในการขี้ซึ่งกันและกัน เป็นสนธิสัญญาอุจจาระระหว่างเรา
ถึงจะเป็นแฟน แต่ก็ทำแทนกันไม่ได้ จริงๆ เรื่องนี้
หลังจากนั้น เธอก็ใช้เวลานานพอสมควรในการจัดหน้าคอลัมน์ๆหนึ่ง แต่ก็ดูท่าเหมือนว่าจะทำยังไงก็ยังไม่ได้ดั่งใจ ทำไงก็ไม่สวยจนพอใจนัก แอบมองเห็นว่าทำเอาไว้หลายแบบ จนหันมาถามผมว่าเป็นไงให้ช่วยออกความเห็นหน่อย
ไอ้กระผมรู้ทั้งรู้ว่าถ้าพูดจริงแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ดันทะลึ่งพูดไปตามจริง ว่าการออกแบบนิตยสารมันควรจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันในแต่ละคอลัมน์ตลอดทั้งเล่ม
คอลัมน์ที่เธอทำมันดูต่างจากคอลัมน์อื่นๆที่ผมทำ แต่ปรับรายละเอียดอีกนิดหน่อยก็คงใช้ได้
ผมหยุดนิดหนึ่งเพื่อหยั่งเชิงและสังเกตบางอย่าง
บรรยากาศมาคุเริ่มก่อตัว มวลสารหนักๆกดทับที่บ่าเหมือนโดนผีชัตเตอร์ขี่คอ
เธอเริ่มออกอาการตึงๆ อ้า...แฟนผมกลายเป็นอ่าง เถิดเทิงไปแล้วหรือนี่ ตึงๆ มีเรื่องแล้ว...
มันกำลังจะมีเรื่องจริงๆนั่นแหละ
สุดที่รักเริ่มมีอาการตึงๆไม่พอใจต่อคำวิจารณ์
เห็นอย่างนี้อย่าคิดว่าผมจะหยุดนะ ไม่เลย คนมันหน้ามึน พูดต่ออัดเสียเต็มข้อเลยว่า ตอนที่เธอบอกว่าจะช่วย ผมลังเลคิดอยู่ว่าจะให้ช่วยดีไหม เพราะรู้ว่าถ้างานที่เธอตั้งใจทำแล้วผมไปปรับแก้ไข หรือ ไม่เอา กระทั่งวิพากษ์วิจารณ์เนี่ยมันจะเป็นยังไง
แต่ที่อยากให้ช่วยเพราะรู้ว่าเราทั้งคู่อยากอยู่ใกล้กัน
ผมยุ่ง (ก็หวีสิ แหม...หน้าสิ่วหน้าขวานยังมาตลก) เธอว่างไม่มีไรทำ เธอก็เหงา
ผมทำงาน จะเดินไปหา ไปพูดคุยมากด้วยก็ไม่ได้ เดี๋ยวงานไม่เสร็จ
ที่แสดงความคิดเห็นออกไปมันเป็นข้อเท็จจริง ออกแนวสอนนิดๆหวังให้เป็นความรู้เผื่อว่าวันหน้าจะอยากทำอีกจะได้เข้าใจว่าวิธีคิดมันเป็นอย่างไร – ไม่ตั้งใจจะทำลายน้ำใจ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้คิดว่าคำพูดของผมจะรุนแรงถึงขั้นทำลายน้ำใจเธอ ไม่แม้แต่คิดจะตำหนิ
แต่เรื่องบางเรื่องที่ผู้ชายไม่คิด ผู้หญิงเธอคิด เรียกว่าคิดไม่ถึงและเป็นสิ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสองเพศนี้พอมาอยู่ด้วยกันแล้วมันมีสีสัน มันมีเสน่ห์
แล้วเธอก็จบเหตุการณ์นี้ด้วยคำพูดที่เดาเอาไว้อยู่แล้วว่า “งั้นเต็งทำเองก็แล้วกัน”
แป่ว...
ผมยิ้ม “จ้ะ”
จากนั้นเธอก็ไม่เข้ามาในห้องทำงานของผมอีก ไม่สนใจ ไม่ถามไถ่ มีพูดด้วยบ้างเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง
เรื่องนี้เทพธิดาพยายามแนะนำว่าชาวเรือไม่ควรออกทะเลเพราะคลื่นลมไม่สงบฉันท์ใด ชาวเราก็ไม่ควรออกจากห้องไปปะทะอารมณ์ฉันท์นั้น – เข้าค่ายเก็บตัวอยู่ให้ห้องเหมือนเดิมแหละดีแล้ว
จนวันนี้ตอนค่ำๆ ผมทำงานเสร็จ เดินยิ้มร่าหน้าแป้นแล้นทำเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้นไปบอกว่า “งานเสร็จแระ เต็งดีใจกะเค้าหน่อยดิ”
เงียบ...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก
โชคดีที่เป็นเวลาอาหารเย็นพอดี หลังมื้ออาหารเลยได้นั่งคุยเล่นกับเธอต่อที่โต๊ะอาหารหลังจากไม่ได้ทำแบบนี้มาหลายมื้อ – ต้องรีบทำงานให้เสร็จ
แล้วเธอก็พูดมากขึ้นหลังจากมึนตึงมานาน มันแสดงว่าเธอเริ่มจะอารมณ์ดีขึ้นแระ
เริ่มมีการเล่าเรื่องรายการทีวี รายการนั้น รายการนี้ที่เธอได้ดู เล่านู่นนี่นั่น
เล่าว่าดูเรื่อง “เสียดาย2” ที่ท่านมุ้ยทำ บอกว่าหนังมันไม่เห็นจะดีตรงไหน(ผมคิดในใจ...ประเทศนี้ถ้าท่านมุ้ยทำหนังไม่ดีแล้วใครจะทำได้ดีอีกวะ)
เรียกว่าไม่เสียทีที่เป็นแฟนกันมานาน เหมือนจะรู้ใจว่าเราคิดอะไรอยู่ในใจ เธอถามผมขึ้นมาทันที “คิดว่าหนังมันดีไหม? มันดีตรงไหน?... ช่วยบอกหน่อย”
นั่นแน่ มีการวางกับดับ... เพิ่งจะหายงอน จะเอาอีกแล้ว
ไม่ได้แอ้มๆผมสงวนท่าทีถามกลับ “แล้วเต็งว่าไง?”
“เค้าว่ามันน่าจะ....” แล้วเธอก็แสดงความเห็นยืดยาว ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่เห็นด้วย ก็ทางก็หนังท่านมุ้ยก็เป็นงี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะให้ทำเป็นหนังสารคดีให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์หรือไงจะบ้าตาย
ทีแรกก็จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้ แต่พอได้ฟังก็จำได้พอลางๆ
พยายามหยั่งเชิง ยิงด้วยคำถามว่า “ไม่ใช่หนังไม่ดี แต่มันไม่ถูกใจเต็งหรือเปล่า? ประมาณว่าคาดหวังให้หนังมันออกมาเป็นแนวนี้ แต่มันผิดคาด?”
“ไม่นะ..” แน๊ะ(กรุณาทำเสียงสูง)...ไม่ยอมๆ แถมยังให้เหตุผลจริงจัง เสียงแข็ง
แสดงว่าถ้าเสนอหน้าออกความเห็นแบบตรงข้ามก็เท่ากับเผลอไปเหยียบกับระเบิดเข้าทั้งที่เห็นอยู่ตำตา ขาขาดยันหัวแน่ ฮ่าๆๆๆ ไม่ได้แอ้มๆ
ผมเลยได้แต่นั่งยิ้มฟังความเห็นของสุดที่รักแทนอย่างไม่มีปากเสียง เก็บความคิดเห็นของตัวเองเอาไว้ในใจ
ในยามนี้คนไทยมีปัญหามากพออยู่แล้ว ไหนจะปัญหาชายแดนใต้ ไหนจะปัญหาการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไหนจะปัญหารมต.ทะลึ่งดันไปประกันราคาข้าว อย่าๆๆ อย่ามาชักศึกเข้าบ้าน อยู่กันแบบสงบ(ปากสงบคำดีกว่า)
ผมนั่งเท้าคางมองเธอแสดงความคิดเห็นอย่างสนุกสนานเมื่อไม่มีอะไรไปขัดขวางราวกับต่อมวิจารณ์แตก พลางคิดอะไรในใจ
การได้เห็นเธอมีความสุขผมก็พลอยสุข และคิดต่ออีกว่า
นี่แหละน๊า...คน ไม่ว่าจะชาย หรือ หญิง ก็เหมือนกันมันถึงได้ทะเลาะกัน
นี่แหละน๊า...ชีวิตคู่ คิดเอาแต่ชนะ กระแดะอยากจะรักความถูกต้องขึ้นมา มันก็ไปไม่รอด จากคู่ก็กลายเป็นคี่ไป
สุดท้ายก็คิดตั้งใจเอาไว้ว่าเมื่อไรที่เธออารมณ์ดี ผมจะแสดงความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับหนังเรื่องเสียดาย2ให้เธอฟัง
ขอกรูมั่งจะได้รู้ว่าหนังท่านมุ้ยมันดียังไง
มีแฟนไว้ให้ขัดใจกันด้วย
#1 By WhiteMapleS on 2008-05-21 10:05