ต้นกำเนิดสาวยาคูลท์
posted on 20 Sep 2008 09:26 by stonezoup in Marketing
เมื่อ 78 ปีที่แล้ว (ปี พ.ศ. 2473) ศจ.ชิโระตะ มิโนะรุ อาจารย์ประจำม.เกียวโต ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ คิดค้นสูตรยาคูลท์ได้สำเร็จ
ยาคูลท์เป็นชื่อภาษาอังกฤษ หมายถึงเครื่องดื่มที่คล้ายโยเกิร์ต เกิดจากการหมักของนมพร่องมันเนยกับน้ำตาลและแบคทีเรียแลกโตบาซิลัส อันที่จริงแจ้าแลกโตฯเนี่ยก็มีอยู่ตามทางเดินอาหารของเราอยู่แล้ว ทำหน้าที่ช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร
หลังจากคิดค้นได้แล้ว อาจารย์ก็รอมาอีก 5 ปีกว่จะตั้งบริษัทผลิตยาคูลท์ขึ้นที่เมืองมินะโตะ กรุงโตเกียว เป็นศูนย์กลางการผลิตยาคูลท์ขายทั่วโลก (ไม่รู้เหมือนกันว่าแกรออะไร)
อยู่มาวันหนึ่งครับ มีนักเรียนไทยไปพบเห็นเจ้ายาคูลท์เข้าเกิดสนใจปิ๊งไอเดีย แหม...น่าจะชวนน้องแลกโตฯไปเที่ยวเมืองไทย ถ้าเป็นคนทั่วไปคิดก็คงออกแนวเพ้อเจ้อ แต่พอดีคนที่คิดเป็นทายาทหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คือ คุณประพันธ์ เหตระกูล
คุณประพันธ์ก็เลยพาเจ้าแบคทีเรียชื่อเรียกยากนี้เข้ามาตั้งบ.ยาคูลท์ขายในประเทศไทยเมื่อปี 2512 เมื่อ 39 ปีที่แล้ว
ตอนมาใหม่ๆ นี่เจ้าแลกโตฯถึงกับเหวอไปเลย คิดดูว่าเมื่อ 39-40 ปีก่อน อย่าว่าแต่แลกโตฯเลย เอาแค่โยเกิร์ตคนไทยยังออกอาการงงๆ กลยุทธ์สาวยาคูลท์จึงถือกำเนิดขึ้น เป็นการขายไป ให้ความรู้ไปว่าแลกโตบาซิลัสดียังไง ทำไมถึงควรเอาเข้าปาก
การให้ความรู้ จะให้ดูน่าเชื่อถือมันต้องมีวัยวุฒิ เพราะงั้นสาวยาคูลท์รุ่นแรกๆ จึงออกแนวแม่บ้าน สูงอายุพูดจาน่าเชื่อถือ มาขายทีไรเราเป็นต้องยกมือไหว้นึกว่าเพื่อนแม่แวะมาหา
ยุคแรกสาวยาคูลท์จะเข้าไปขายเด็กตามโรงเรียนอนุบาลก่อน จนประสบความสำเร็จ เรียกว่าหลอกเด็กให้กินของมีประโยชน์ได้แล้วนั่นแหละ ก็เริ่มมาหลอกผู้ใหญ่ตามออฟฟิศให้กินของมีประโยชน์บ้าง
แล้วสงสัยมั้ยว่าทำไมยาคูลท์มันถึงขวดเท่านี้ทั้งปีทั้งชาติ ดื่มทีไรเหมือนหกเข้าปาก หมดไม่รู้ตัว
ที่เป็นงั้นก็เพราะขนาด 80 ซีซีของยาคูลท์คือปริมาณที่พอเหมาะที่สุด ดื่มมากกว่านี้มีขี้แตก ขอบอก

แหม..เสียดาย ไม่มีรูปสาวยาคูลย์ให้ดูแบบจะจะ เนื่องจากถ่ายไม่ทัน แต่ป้ายามคนนี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับสาวยาคูลท์เหมือนกัน จากการพูดคุย ป้ายามบอกว่า ผู้หญิงในตระกูลป้ายามเป็นสาวยาูคูลท์ตกทอดกันมาหลายชั่วคน จนมาถึงป้ายาม แต่ป้ายามต้องการจะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ๆๆ ป้าไม่อยากเป็นสาวยาูคูลท์ ป้าไฝ่ฝันอยากเป็นยามมาตั้งแต่เด็ก (ใครเชื่อก็บ้า...) 555


ปกติชอบกินยาคูลท์ทีละสองขวด ก็ขวดเดียวมันกินได้จึ๋งนึงเอง
#1 By persona non grata on 2008-09-20 10:01