ปล่อยแสงออกตูด
posted on 14 Oct 2008 20:11 by stonezoup in Photography
เหมือนยกภูเขาทองออกจากอก
หลังจากคร่ำเคร่งกับมันมาเสียหลายวัน ในที่สุดผมก็จัดบูธของผมที่งานเทศกาลปล่อยแสงเสร็จเสียที
เมื่อวานผมไปรับ inkjet ที่ร้านแถวแยกรัชดาตัดกับพระรามเก้า ปรากฎว่าตัวหนังสือ print ออกมาไม่ครบครับ ชื่อของผมหายไป ทั้งที่ผมเป็นคนทำไฟล์ส่งให้ทางร้าน print เองด้วยซ้ำ
พอเห็นว่ามัน print ออกมาไม่ครบ ผมเลยบอกให้ทางร้านเปิดไฟล์มาให้ผมเช็คดูหน่อย พอเปิดไฟล์ออกมา..แม่เจ้า
ไฟล์ไม่เห็นเหมือนกับที่เราทำส่งให้เลย ตัวหนังสือมันหายไปจริงๆ ด้วย เนี่ยขนาดเราทำให้นะเนี่ย ผมถามทางร้านว่าทำไมตัวหนังสืออกมาไม่ครบ?
คนทำกราฟฟิก - ก็คุณทำไฟล์มาแบบนี้ เราก็ปริ้นท์แบบนี้ไม่ได้แก้อะไรเลย
ผม - เฮ้ย.. ไฟล์ผมทำมามีตัวหนังสือ แต่ไฟล์นี้มันไม่มี คุณไปเอาตัวหนังสือออกทำไม?
คนทำกราฟฟิก - ไม่ได้เอาออก ไฟล์มันเป็นแบบนี้ งั้นเอาไฟล์คุณมาดู
ผม - ผมมารับงานยังจะให้ถือไฟล์งานมาอีกอ่ะนะ จะบ้าตาย ผมไม่ได้เอามาหรอก (อันนี้คิดในใจนะครับไม่ได้พูดกับเขาหรอก)
ระหว่างที่ผมยืนเงียบคิดในใจ ซึ่งคงใช้เวลานานมั้ง น้องอีกคนในนั้นก็เดินมาบอกว่าจะปริ้นท์ให้ใหม่ แต่ผมต้องนั่งรอนานหน่อย ผมขอบคุณน้องเขาไป และบอกปฎิเสธว่าไม่เป็นไร ไม่ได้โมโหอะไรหรอก แต่แค่อยากจะบอกว่างานมันปริ้นท์ออกมาไม่ครบแค่นั้นแหละ..
พอสายๆ วันนี้ผมก็ไปที่เอมโพเรียม กินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็ขึ้นไปที่ TCDC ชั้น 6
โอ้แม่เจ้า...
บูธแต่ละคนสวยๆกันทั้งนั้น
ก็อย่างว่าแหละ งานนี้มันเป็นงานของคนมีของ มีไอเดีย มีความคิด แต่ละคนไอเดียหลั่งไหลกันสะพรั่ง จัดบูธกันรึ่มร่ำ เล่นซะเต็มข้อ
ผมก็มีนะไอเดีย ความคิด ฯลฯ มีไม่แพ้คนอื่นหรอก แต่ไม่มีอย่างเดียวคือ ไม่มีตังก์
ที่เหลือเลยแพ้หมดเลย.. ทุนน้อยก็จัดไปตามฐานะ
จะมีบูธที่ดูสูสีกันกับผมก็บูธของคุณลุงฝั่งตรงข้ามที่แกขายหินแกรนิตที่ทำจากขยะรีไซเคิลเนี่ยแหละครับ เพราะบูธแกติดแค่อิงค์เจ็ทที่ด้านหลัง แล้วก็เอาเศษๆหินแกรนิตของแกมาวาง 2-3 อัน จบ เสร็จ
ของผมดูดีกว่า มีอิงค์เจท 2 อัน และเบียดชนะแกตรงที่มีโน้ตบุ๊ควางอีก 1 เครื่อง เย้..... จะบ้าตาย เขาให้ไปจัดบูธดันจะไปแข่งกะชาวบ้านเขาอีก เฮ้อ
เห็นบูธผมมีแค่นี้ก็ใช้เวลาจัดไปตั้ง 2 ชม.แน่ะ..
แถมสังเวยกางเกงยีนส์ไป 1 ตัว เพราะตอนก้าวลงจากบูธตัวเอง ดันก้าวขายาวไปทำให้กางเกงยีนส์ตูดเปื่อยที่พร้อมจะลาโลกตลอดเวลาของผม ขาดดังแคว่กกกกกก...
เย็นตูดวาบบบบ ดีว่าไม่ตกใจจนปล่อยแสงออกตูด
จัดเสร็จก็เดินเล่นดูบูธอื่นๆ (ทั้งที่กางเกงตูดขาด - ดูทุเรศมาก) ก็ได้รู้ว่างานนี้ไม่ได้มีแต่ผมคนเดียวที่เป็นบูธเสนองานถ่ายภาพ
มีบูธของช่างภาพคนอื่นด้วยอีกหลายบูธ แต่ละคนงานสวยๆ ทั้งนั้น
เห็นแล้วก็ตื่นตาครับ คิดว่าผมเรียนถ่ายภาพจบเมื่อไร คงจะมีฝีมือเข้าขั้นแบบนั้นมั่ง
อย่าลืมไปดูงานนี้กันนะครับ ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. - 9 พ.ย. นี้ (ถ้าไปวันที่ 17 เป็นวันเปิด งานเริ่มตอน 18.00 น. แล้วเจอกันที่งานครับ)
ก่อนกลับผมแวะ ไปดูนามบัตรของตัวเองที่วางทิ้งไว้แถวๆ กำแพงนามบัตร ตอนที่มีเทศกาลนามบัตร
แหม..มันน่าชื่นใจครับ (และชื่นตุดด้วย เพราะตูดขาด ลมพัดโกรกเข้าตูด เย็นมาก)นามบัตรกว่า 300ใบของผมหมดเกลี้ยง แต่มันน่าสงสัยครับว่า นามบัตรหมด ไม่เห็นจะมีใครโทรมาติดต่อให้ผมไปถ่ายงานมั่งเลย
แล้วตกลงเอานามบัตรผมไปทำไมเนี่ย
กลับบ้านดีกว่า ก่อนที่ตูดจะเป็นหวัด

บูธผมของแท้ต้องมีรูปนี้นะครับ
-----
ไม่ต่อจากข้างบน แต่อยากเล่า อยากเล่าเอ้ยอยากเล่า อยากเล่า (กรุณาร้องเป็นทำนองสาวจันทร์กั้งโกบ)
ตอนนี้ผมกำลังทำวารสารให้หน่วยงานหนึ่งอยู่ครับ
ไม่บอกครับว่าเป็นบริษัทสายการบินที่พนักงานต้อนรับไม่เคยสนใจผู้โดยสารชาวไทยเลย หนำซ้ำยังชอบใส่แหวนวงใหญ่ที่มีหัวอัญมณีเม็ดเท่าต่อมทอนซิล(สงสัยจะใส่แก้เคล็ดกันเป็นคางทูม)
ครั้งหนึ่งตอนที่ผมเคยใช้บริการสายการบินนี้ (อันที่จริงที่เล่าก็อยากจะอวดตัวเองแหละว่าเคยนั่งเครื่องบินกะเขาเหมือนกัน 555) ผมขอปากกามาเขียนอะไรสักอย่าง ประมาณว่าตอนนั้นไอเดียพุ่งปรี๊ด ต้องรีบจดว่างั้นเหอะ
เรียกอยู่เป็นชาติ ตั้งแต่เครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เลี้ยวเข้าถนนบางนา-ตราด เฮ้ย..นี่มันเครื่องบินหรือรถกันแน่ว่ะเนี่ย
กระทั่งเลยออกนอกประเทศไปแล้วครับ ผมขอปากกาลูกลื่นแค่ด้ามเดียวมาเขียน ก็ยังไม่ได้ปากกาสักที T_T
เรียก ขอกี่ครั้งๆ ว่าอยากได้ปากกา น้าแกก็ทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้ไปเชงเม้ง ไอ้เราก็อยากด๊าย อยากได้ปากกามาเขียน ประมาณว่าไอ้ที่พุ่งปรี๊ด พุ่งปรี๊ดเนี่ย เกือบจะไม่เหลืออะไรแล้ว..
ขอยังไงก็ไม่ได้ เลยต้องนั่งรออย่างเหงาหงอยเหมือนเด็กมีปัญหาทางบ้าน ครั้นจะกัดนิ้วตัวเองเอาเลือดมาเขียนก็ดันเป็นคนกลัวเลือดซะอีก เลยรอจนหลับไปซะงั้น หลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ กำลังฝันพริ้มเลยว่ากำลังวิ่งเล่นหยอกเอินกับน้องแพนเค้กอยู่อย่างหวานแหวววิ๊ดวิ้วที่ริมทะเล "น้องแพนจ้ะ มาให้พี่จับเสียดีๆ" มือผมกำลังจะคว้าน้องแพนในชุดทูพีซอยู่ร่อมร่อ จู่ๆก็เหมือนแผ่นดินไหว ครืนๆๆๆ ร่างของผมโคลงเคลงไปมาอย่างรุนแรง เฮ้ยๆๆๆ ไรว่ะ "คุณคะคุณ ปากกามาแล้วค่ะ" ว่าแล้วป้าแกก็ยืนปากกาให้ทั้งที่ผมยังงัวเงีย ไอ้แหวนเพชรวงเท่าล้อแม็กซ์ขอบ 16 แทบจะทิ่มตาบอด ภาพน้องแพนในฝัน เปลี่ยนเป็นภาพร้องเท้าแพนเหี่ยวๆตรงหน้าในชีวิตจริงแทนอย่างน่าเศร้า
ผมรับปากกามาอย่างงงๆ ปนเสียดาย นึกในใจ เอ๊..นี่กรูจะเอามาเขียนไรว่ะเนี่ย นานจนเล่นเอาเสียลืมไปแล้วว่าจะเอาปากกามาเขียนอะไร
อันนั้นยังไม่เท่าไร แต่ไอ้ที่เสียจริตมากๆ ก็คือเลิฟซีนของผมกะน้องแพนในฝันเนี่ย จะเอาไง จะ จะ อยู่แล้วเชียว ฮือๆๆๆ เอาน้องแพนกะชุดทูพีซของกรูคืนมาาาาาา
อืม...เข้าเรื่องดีกว่า ผมทำวารสารให้..สมมุติว่าเป็นแผนกหนึ่งของหน่วยงานนี้อยู่ แล้วบังเอิญว่าอีกแผนกหนึ่งก็อยากจะว่าจ้างให้ผมทำวารสารให้เขาเหมือนกัน
เรื่องก็ดูเป็นปกติธรรมดาใช่ใหม่ครับ ครับผมก็คิดงั้นแหละ ผมก็เสนอราคาไปพร้อมกับแจ้งให้เขาทราบว่า ผมกำลังทำวารสารให้แผนกนี้อยู่นะครับ บอกไปด้วยความไม่คิดอะไร ก็เพราะเขาถามว่างานผมเยอะไหม เขาคงกลัวว่าผมจะไม่มีเวลาทำงานให้เขา
พอผมบอกว่างานผมไม่เยอะ ผมรับเท่าที่ทำไหว ตอนนี้ทำให้พี่คนนี้ที่แผนกนั้นอยู่ พอได้ยินชื่อเท่านั้นแหละ ถึงกับอาการเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เย็นชาราวกับโดนยาฟอร์มาลีน ผมแทบจะเรียกหมอพรทิพย์มาชันสูตร ก็ไรว่ะ คุยกันอยู่ดีๆ กลายเป็นคนพูดจาเย็นชา จะบ้าตาย
"อืม..เหรอ คุณทำหนังสือให้พวกนั้นเหรอ.. พวกนั้นเขาทำผมไว้เยอะ ผมก็อยากทำงานร่วมกับคุณนะ แต่ผมคงต้องขอพิจารณาอีกที"
เอ๊า..กรูจะรู้เรื่องไหมเนี่ยว่าไม่ถูกกัน ไปทำไรกันไว้เยอะตอนไหน กรูจะรู้ไหมเนี้ยยยย ไม่ถูกกันแล้วมันเกี่ยวไรกะคนทำมาหากินอย่างผมว่ะเนี่ย ไอ้เราก็คิดในใจ เออ..ถ้าบอกว่าไม่อยากจ้างเราเพราะเราทำงานไม่ดีก็ว่าไปอย่าง นี่ไม่อยากจ้างเพราะเราทำงานให้อีกฝ่าย ก็คิดในใจว่าเนี่ยอยู่บริษัทเดียวกันแท้ๆนะมรึ๊งงงง... แค่อยู่กันคนละแผนกเอ๊ง จะบ้าตาย
เอ้า..สมมุติว่าผมเป็นวินมอไซค์ปากซอยนะครับ ไอ้คนแรกมานั่งบอกให้ไปส่งบ้าน ส่งเสร็จกลับมา ไอ้คนที่สองกำลังจะนั่งรถผมอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าเมื่อกี้นี้มีไอ้คนแรกมานั่งรถผม มันจะไม่นั่ง อย่างงั้นเหรอ "ไม่ๆๆๆ ไม่ ผมไม่นั่ง ผมไม่นั่งรถคุณ เพราะไอ้คนนั้นมันเคยนั่งรถคุณมาก่อน" ตายๆๆ กรูจะบ้าตาย
เอ้า เอากันเข้าไป ไม่ต้องสามัคคงสามัคคีกันแล้ว


น่าสนับสนุน
#1 By คุณจ้าวจ๊อดด!!! on 2008-10-14 20:54