posted on 08 Oct 2007 13:42 by stonezoup in Bin
เอ้า..มาสาระกันมั่ง สลับสับเปลี่ยนกันไป เดี๋ยวจะหาว่าเจ้าของบลอกเหวอ..
คราวนี้มาอ่านบทสัมภาษณ์แอร์สาวแห่งการบินไทยกัน
.
.
.

เพราะใฝฝนอยากมีอาชีพเปนแอรโฮสเตสมาแตเด็ก เธอจึงมุงหนาลาฝน ในวันที่มีวุฒิแคเพียง ม.6 และแมผลลัพธจะผิดหวังในครั้งนั้น แตความทอ ไมเคยอยูในความคิดเธอเลย จนเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย กอปรกับโอกาส มาถึง ความสําเร็จในการเริ่มตนอาชีพลูกเรือก็เปนจริง เมื่อไดติดปกบินครั้ง แรกในชีวิตกับ "ภูเก็ตแอร" สายการบินที่อบอุนและเปนกันเอง ที่นั่นใหโอกาส ความรู เพื่อน และประสบการณมากมาย แมจะเปนชวงสั้นๆ ก็ตาม
มาในวันนี้เธอไดรวมงานกับ "การบินไทย" สายการบินแหงที่สองที่ที่ทําให รูสึกตัวเล็กลงกวาเดิม ดวยวาเปนองคกรที่ใหญขึ้น และเพื่อนรวมงานก็ มากขึ้น ที่นี่เธอตองแขงกับตัวเอง บินบอยจนนับไมลแลวก็หลายหมื่น แต เปนเรื่องแปลก....เธอสนุกขึ้น!! ราเริงไดทุกวัน เพราะไมเคยถือสาใคร จึงไม โกรธและไมเครียดกับอะไรงายๆ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่แจมใส จึงยังมี แจกจายใหคนแปลกหนาที่ตองพบปะทุกวัน ประสบการณชีวิตและเรื่องราว ตางๆ ของผูโดยสาร มีกลับมาเลาใหคนใกลตัวฟงไมเคยซ้ํา บอยครั้งที่ตอง เจอะเจอกับปญหาใหมๆ ที่ทาทายการแกไข พี่นองรอบขางบนสายการบิน แหงชาติก็เปนที่ปรึกษาและชวยกันฝาฟนจนราบรื่น และดวยความที่ไมเคย บกพรองกับครอบครัว ความเขาใจที่ทางบานมีใหจึงมากมายและกลายเปน กําลังใจใหเธอ "บิน" อยางไมเหน็ดเหนื่อย
ในวันวาง แมและพี่นองสี่สาว พรอมเจาตัวเล็กขนปุย ก็จะลุยไปแสวงหา บรรยากาศใหมๆ กับของอรอยๆ ดวยกันเสมอ
แจคกี้บอกวา เธอรักอาชีพนี้มาก เพราะรักในงานบริการ ทําใหไมตอง เปลี่ยนแปลงตัวเองมากนัก เคยพูดยังไง เคยยิ้มยังไง เคยรูสึกยังไง ก็ยังคง ทําตัวไดเหมือนเดิม ยิ่งไดรับการบมสอนจากทั้งสองสายการบิน ก็ยิ่งทําใหมี ความพรอมในอาชีพนี้เปนทวีคูณ แตอนาคตก็ยังคงเปนเหมือนมานหมอก
เธอบอกอีกวา แมวาจะรักที่จะสวมเครื่องแบบพนักงานตอนรับบนเครื่อง บินไปตลอด แตก็อาจมีวันที่ตองเปลี่ยนแปลงเสนทางชีวิต วันนั้นคงมีกิจการ เล็กๆ ซึ่งวันนี้เธอเองก็ยังไมรูวามันจะเปนอะไร เพราะยังคิดไปไมถึง รูเพียง อยางเดียวกับคําวา "นางฟา" ที่ใครๆ เรียกอาชีพนี้และอยากจะเปน ไมได สวยหรูอยางที่หลายคนคิด แตมันคืออาชีพที่ตองตั้งใจ อดทน ทุมเท เสียสละ และที่สําคัญตอง "รัก" ที่จะเปนจริงๆ
ถามถึงครูเจี๊ยบ แมพิมพที่เธอรักใคร ดวยที่วาครูเปนทั้งเพื่อนและครูผูเสียสละ กับลูกศิษย จนเปนที่รักของศิษยหลายตอหลายคน ไมเวนแมแตเธอที่ยังคง หลงเสนหกริ๊งกราง โทรถามขาวครูอยูเสมอ
edit @ 2007/10/08 13:44:34
edit @ 2 Nov 2007 14:23:12 by stonezoup
edit @ 2 Nov 2007 15:10:00 by ด้วยความกระแดะ
edit @ 2 Nov 2007 15:16:17 by ด้วยความกระแดะ
edit @ 2 Nov 2007 15:27:07 by ด้วยความกระแดะ
posted on 08 Oct 2007 13:48 by stonezoup in Bin

มีเรื่องลูกศิษย์ ก็ต้องมีเรื่องของครู
ครูเจี๊ยบเป็นครูสอนแอร์-สจ๊วตอยู่การบินไทย
ครูใจดีมาก..(มั้ง) มีฉายาที่เหล่านางฟ้าเขาตั้งให้ว่า..
สวยประหาร
.
.
.
คํากลาวที่ว่า..
"บางครั้งการงานที่ใชประกอบอาชีพในปจจุบัน
ก็มิไดตรงกับสาขาที่ร่ำเรียนมา" คงจะตรงกับชวงชีวิตของ วรางคณา
หทัยยุทธ หรือครูเจี๊ยบที่หลายคนเรียกกัน
ที่ครูจบการศึกษาจากสายวิทย แตหันเหมาอยูสายการบิน
โดยเริ่มตนจากการเปนแอรโฮสเตสหรืออาชีพนางฟาที่หลายคน ใฝฝน
ดวยความภาคภูมิใจในอาชีพนี้มาตลอด 10 ป หลังจาก
นั้นผันตัวเองมาเปนแมพิมพของชาติ แหงบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน)
แมรายไดของอาชีพเรือจางจะไมมากมาย แต
ครูเจี๊ยบยังยืนยันที่จะเลือกสงลูกศิษยใหถึงฝงฝน เพราะคิดวา
อาชีพนี้ใหคุณคาทางจิตใจมากกวารายไดที่ไดรับ กอปรกับ ทํางานมาถึง ณ
จุดนี้เปนเวลา 25 ปแลว เงินจึงไมใชสิ่งสําคัญ ที่สุดในชีวิต
แตสิ่งที่สําคัญที่สุดในความเปนครูแหงสายการบิน คือ
ตองการปลูกฝงใหลูกศิษยเปนคนดีในสังคมการบินไทย
งานประจําที่ทําอยูก็แทบจะหาเนื้อที่วางของเวลาไมไดแลว แต
ดวยความรักในการสอนของครูเจี๊ยบ จึงเจียดเวลาอันนอยนิด
เพื่อไปบรรยายตามสถาบันตางๆ และเขียนบทความแนว Positive Thinking
ในการเปนลูกเรือที่ดีใหกับบริษัท
ครอบครัวเปนสวนที่เล็กที่สุดในสังคม แตสําคัญที่สุดในชีวิต
ของครูเจี๊ยบ จึงทําใหครูไมเคยละเลยที่จะแบงสรรเวลาใหกับ ลูกๆ
ที่นารักทั้งสองคน หากมีเวลาวางมักจะพาครอบครัวไป
ทองเที่ยวตามตางจังหวัด
เมื่อกลาวถึงบรรดาลูกศิษยที่นารัก
คงตองมีชื่อ "แจคกี้" นางฟา ราเริง ณ
สายการบินแหงชาติอยูในรายชื่อดวยอยางแนนอน ที่
ครูการันตีวาเปนลูกศิษยที่มีความรับผิดชอบสูงจากคะแนนในใจ ของครูเจี๊ยบ
ดวยความเปนครูอยูในสายเลือด จึงฝากทิ้งทายดวยหลักการ "หา S"
ในการเปนลูกเรือที่ดีตองมี คือ Smile, Service, Smart, Spirit และ
Search for excellence
แตถาจะใหดีเยี่ยมขึ้นไปอีก ครูเจี๊ยบบอกวาควรจะมี "S ที่หก" คือ Strawberry!!! จะยิ่ง Very.. Very.. Good หลายๆ ค่า...
edit @ 2 Nov 2007 14:22:48 by stonezoup
edit @ 2 Nov 2007 15:09:31 by ด้วยความกระแดะ
edit @ 2 Nov 2007 15:15:53 by ด้วยความกระแดะ
edit @ 2 Nov 2007 15:26:52 by ด้วยความกระแดะ
posted on 08 Oct 2007 18:20 by stonezoup in Bin
ถาพูดถึงคําวา "ลูกเรือ" ไมวาเพื่อนๆ จะปฏิบัติหนาที่อยูกับสายการบิน ใดก็ตามเราคงจะไมตองแนะนําตัวกันมาก เพราะ Cabin Crew เรานั้น ไดเริ่มทักทายทําความรูจักกับเพื่อนๆ ลูกเรือมากอนหนาหลายเดือนหลาย ฉบับแลวในรูปแบบของจุลสารที่ทยอยกํานัลแดเพื่อนๆ แตถาทานผูอาน เปนผูสนใจในแวดวงการบินพาณิชย เปนชางซอมเครื่องบิน เปนนักบิน
หรือเปนผูประกอบวิชาชีพเกี่ยวของกับอุตสาหกรรมการบิน และประชาชน รวมทั้งนองๆ นิสิต นักศึกษา เราขอเรียนแนะนําตัวของเราดวยความ จริงใจวา นิตยสารที่อยูในมือของทานขณะนี้เหมาะสมกับทุกคนครับ แม กรอบของชื่อนิตยสารดูเหมือนจะกําหนดอยูที่ขอบขายของลูกเรือ แตจริงๆ แลวนั้นเนื้อหาสาระตางๆ จะครอบคลุมไปถึงชนทุกเพศทุกวัย เพราะ ปจจุบันธุรกิจการบินมิใชเรื่องไกลตัวเราอีกตอไป คําวา Cabin ก็คือ หอง โดยสาร ซึ่งปจจุบันคนไทยเราจํานวนหลายลานคนตอปที่เดินทาง ผาน เขามาใน Cabin หรือหองโดยสารของเครื่องบิน ดังนั้นสาระรอบรูเรื่องราว ตางๆ ใน Cabin Crew ของเราจะตองไมทําใหทานผูอานผิดหวัง สราง ความรูสึกแปลกแยกและโดดเดี่ยว เราสัญญาและตั้งใจมั่นวาสาระบันเทิง
ทุกสิ่งที่เราจะทยอยคัดสรรมาจะตองเปนประโยชนกับทุกคนที่ตัดสินใจเลือก Cabin Crew เปนเพื่อน อุตสาหกรรมการบินเปนสิ่งที่นาสนใจและนาทึ่ง มี สิ่งตางๆ อัดแนน ซอนเรนอยูมากมาย อุตสาหกรรมการบินเกี่ยวของกับ ศาสตรหลายแขนง โดยเฉพาะวิชาชีพลูกเรือ ซึ่งเราไมอยากใหสาธารณชน เรียกวา "พนักงานตอนรับฯ" ซึ่งเปนการมองวิชาชีพนี้อยางไรมิติกันเกินไป วิชาชีพลูกเรือมีมากกวาอัตลักษณของคนที่แตงกาย ดวยเครื่องแบบอาภรณ ที่สวยงาม ตองเปนคนยิ้มสวย บุคลิกดี รักการเดินทางและรักที่จะพบปะ ผูคน
ในความเปนจริงแลวลูกเรือจะตองมีความรอบรูในศาสตรแขนงใหญ หลายศาสตรมารวมกันไมวาจะเปนความรูทางดานนิรภัยการบิน เวชศาสตร การบิน จิตวิทยา การเขาใจในการทํางานเปนทีม และการปฐมพยาบาล ยังไมนับรวมถึงความรูพื้นฐานของการใชภาษา รอบรูเรื่องอาหารและ เครื่องดื่มของผูคนหลายทวีป เขาใจขั้นตอนรวมถึงมารยาทของขั้นตอนการ ใหบริการ ฯลฯ
หัวขอของเรื่องราวที่เราจะนําเสนอในฉบับนี้อาจฟงดูนากลัวสําหรับ นิตยสาร Cabin Crew ฉบับที่เปดตัวสูทานผูอานทั่วไปเปนปฐมฤกษ แตเมื่อพิจารณาถึงเหตุการณตางๆ รอบขางในทุกวันนี้ ภัยการกอการราย นับวันแตจะรุนแรง โหดราย และไมเลือกกลุมเปาหมายอีกตอไป ภัยการ กอการรายคืบคลานเขาใกลตัวเรา เขาใกลสมาชิกครอบครัวอันเปนที่รัก ของเรามากขึ้นทุกวัน จะไมเปนการดีกวาหรือถาเรามีการเตรียมพรอม วางแผนลวงหนาเพื่อเผชิญกับเหตุการณวิกฤต สาระจากบทความนี้มิได มาจากประสบการณของใครคนหนึ่ง แตเปนผลจากการเก็บขอมูลจาก ผูเชี่ยวชาญ จากแพทยและผูที่คร่ําหวอดกับผูประสบภัย รวมถึงผูที่รอด ชีวิตจากมหันตภัยตางๆ แลวถูกนํามารวมไว แลวนํามาวิเคราะหหา ขอสรุปจนเปนแนวทางที่สามารถนําไปปฏิบัติไดทั้งลูกเรือและบุคคลทุก สาขาวิชาชีพหรือแมแตการดํารงชีวิตประจําวันของเราทุกคน
เมื่อเครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ดที่ถูกปลนยึดโดยกลุมผูกอการราย ชนเขากับตึกอันเปนที่ทํางานของ แพม แลงลี่ย ในเหตุการณอันนา สยดสยอง 9/11 แพมรูสึกงงและไมเขาใจกับเหตุการณที่เกิดขึ้นตรงหนา เธอ จากชั้นที่ 73 อันเปนสํานักงานที่เธอทํางานอยูเธอไดยินเสียงระเบิด กึกกองตามมาดวยการโยนตัวของทั้งตึกเอนไปทางทิศใต และดูราวกับวา ตึกทั้งตึกกําลังพังถลมลงในไมชา เธอไมเคยพบประสบการณที่นากลัว เชนนี้มากอน แมครั้งหนึ่งเธออาจจะประสบเหตุมากอนหนาเมื่อป 1993 หลังจากตึกที่เธอทํางานถูกวางระเบิดและเธอติดอยูในลิฟท แตเหตุการณ คราวนี้ชางรุนแรงและนากลัวกวา แรงระเบิดสงใหเทาของเธอลอยขึ้น จากพื้นจนเธอตองยื่นมือทั้งสองควาไปยึดเกาะขอบโตะทํางาน แพม ตะโกนออกมาอยางลืมตัว "มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?" คุณอาจจะคิดตอไปวา เมื่อเจอเขากับบทโหดนี้เขาให แพม แลงลี่ย จะตองรีบรุดออกจากที่ ทํางานของเธอทันทีดวยสัญชาติญาณการเอาตัวรอด แตตรงกันขามเธอ กับคิดวา "ทุกสิ่งทุกอยางจะเรียบรอย ไมตองเปนหวง" ความคิดนี้กลับ ผุดขึ้นมาในสมองของเธอแทน
ฉากในละครฉากหนึ่งที่เคยผานตาทานผูอานมาบางเมื่อตัวละครคนหนึ่ง รับรูถึงขาวการจากไปของคนที่ตนรัก สิ่งแรกคือ การปฏิเสธตอขาวที่ไดรับ วาไมเปนความจริง เราอาจจะคิดวาเปนสิ่งที่เปนไปไมได แตแทที่จริงแลว มันขุดกนบึ้งออกมาจิตใจที่แทจริงของคนทุกคน ไมวาจะเปนเหตุการณ เลวรายรูปแบบใดก็ตาม เรือเดินสมุทรกําลังลม พายุเฮริเคนถลมเมือง เครื่องบินกําลังจะตก หรือตึกกําลังพังทลาย มนุษยสวนมากที่กําลังเผชิญ กับสิ่งเลวรายเหลานี้กําลังตกอยูในชวงภวังคจิตที่เรียกวา ตั้งใจที่จะ ปฏิเสธเหตุการณที่เกิดขึ้นตรงหนา หรือจะเรียกวาอาการช็อกก็ได โชคดี ของแพมที่หนึ่งในเพื่อนรวมงานของเธอคิดไปทางตรงกันขาม "ฉันถูก กระชากออกจากภวังคเมื่อไดยินเสียงคนคนหนึ่งตะโกนวา รีบออกไป จากตึกนี้!" แมเวลาจะผานลวงเลยมาหลายปแลวแตแพมยังนึกถึงเหตุการณ วันนั้นเสมอวา เธอกําลังจะอยูในอาการช็อกนานตอไปเทาใด ถาไมมีใคร สักคนตะโกนอะไรขึ้นมา?
วันนั้นเสมอวา เธอกําลังจะอยูในอาการช็อกนานตอไปเทาใด ถาไมมีใคร สักคนตะโกนอะไรขึ้นมา?
ผูประสบภัยในตึกเวิลดเทรดสวนมากที่เสียชีวิตโดยแทบปราศจาก โอกาสหนีรอดเพราะพวกเขาทํางานอยูในชั้นที่อยูเหนือจุดที่เครื่องบิน เขาพุงชนปะทะ พวกเขาจึงไมมีทางหนีรอดลงมาได หลังจากเกิด เหตุการณอันสยดสยอง แตในสวนของผูรอดชีวิตในชั้นถัดลงมา ผู เชี่ยวชาญเริ่มที่จะศึกษาถึงพฤติกรรมของกลุมคนพวกนี้อยางละเอียด จากการศึกษาและหาคาเฉลี่ยหลังเกิดเหตุ ผูรอดตายในตึกตางรอคอย อยูถึง 6 นาที กอนที่พวกเขาจะเริ่มตัดสินใจที่จะออกจากที่ทํางาน และ มุงหนาไปที่บันไดหนีไฟ จากการสัมภาษณผูรอดชีวิตประมาณ 900 คน เปนที่นาแปลก โดยเฉพาะผูที่ทํางานอยูในตึกที่เครื่องบินลําที่สองยังไม พุงเขาชน ถึงแมพวกเขาจะเห็นภาพโศกนาฏกรรมอยูตรงหนาของตึก หลังแรก พวกเขาไดกลิ่นของการลุกไหมของน้ํามันเชื้อเพลิง รวมไปถึง เสียงรองตะโกนใหรีบออกจากตัวตึก แตหลายคนกลับนั่งโทรศัพทถึงญาติ พี่นอง หลายคนเฝาเก็บของเขาใสโตะทํางานและอีกกลุมตัวอยางเกือบ พันคนทําสิ่งที่ไมนาเชื่อคือ รอคอยที่จะปดเครื่องคอมพิวเตอร
นักวิทยาศาสตรตางพยายามคนคิดวาจะทําอยางไรใหกลุมคนจํานวน มากลี้ภัยออกจากที่เกิดเหตุใหเร็วที่สุด วิศวกรไดออกแบบสัญลักษณตางๆ ออกมามากมาย ทั้งเปนปาย ทั้งที่มีแสง ทั้งเปนจุดแสงไฟกระพริบเปน ระยะ และทั้งที่มีเสียง เพื่อนําทางและสรางแรงจูงใจในการหลบลี้หนีภัย
แตจากการประเมินวิเคราะหจากเหตุการณฉุกเฉินจริงที่เกิดขึ้น พบวา กลุมคนไมวาจะมีวัยขนาดไหน จะมีวุฒิภาวะเทาใดก็ตาม เมื่อเกิด เหตุการณฉุกเฉินที่จําเปนตองเอาชีวิตรอด เมื่อพวกเขารวมกันเปนกลุม ใหญพวกเขาจะไมตางอะไรไปจากเด็กชั้นอนุบาลที่รอคอยเพียงคําสั่งที่ สั้นและงายเทานั้น สิ่งที่พบเห็นบอยก็คือ กลุมคนเหลานี้จะเดินชาๆ รวม กันเหมือนกับคนที่เดินละเมอในขณะหลับอยู
แพม แลงลี่ย ตื่นจากภวังคหลังจากเสียงตะโกนของเพื่อนเธอใหหนี เอาชีวิตรอด สิ่งแรกที่เธอทําคือ ความหากระเปาใสสตางคจากนั้นเธอเริ่ม ออกเดินเปนวงกลม "ฉันพยายามมองหาบางสิ่งบางอยางที่พอจะหยิบ ฉวยไปได" มีผูทยอยออกจากตึกถึง 15,410 คนแตแตละคนใชเวลาชา มากสําหรับการเอาชีวิตรอด โดยเฉลี่ยผูรอดชีวิตจะผานแตละชั้นของ ตึกทางบันไดหนีไฟเปนเวลารวมหลายนาที สําหรับแพม แลงลี่ย แลว เธอใชเวลากวาชั่วโมงสําหรับการลงบันไดจากชั้นที่เธอทํางาน "ฉันพบวา ตัวเองกลับไมเรงรีบอะไรเลย" ทั้งที่เสียงอื้ออึงดังไปทั่ว "แตฉันเหมือน กับไมไดยินเสียงอะไรเลย" การลี้ภัยในอัตราที่แพมกําลังทําอยูในขณะ ที่ตัวตึกมีผูคนอยูเต็มคือ 32,000 คนจะตองใชเวลาไมต่ํากวาสี่ชั่วโมง ในการอพยพคนออกจากตึกทั้งหมด และถาเปนวันที่เครื่องบินชนจนถึง เวลาที่ตึกถลมลงมาจะมีผูเสียชีวิตถึง 14,000 คนรวมทั้งตัวแพมเองดวย
edit @ 2 Nov 2007 14:22:17 by stonezoup
edit @ 2 Nov 2007 15:26:35 by ด้วยความกระแดะ