DiscoveryChannel

พอได้เข้าทำงานที่ ซีวีดี อินเตอร์เนชั่นแนล ในตำแหน่งฝ่ายศิลป์
โคตรเท่ห์เลย เป็นไงล่ะ


เข้าไปทำงานวันแรก ก็แบบไฟแรง ตื่นตี 4 พักอยู่แถวราม ไปทำงานแถวสะพานแขวน ใช้เวลาการเดินทาง 2 ชม.

"มีไรให้ผมทำบ้างครับพี่"
"ใช้คอมพ์เป็นมั้ยน้อง"
"เอิ่ม..ไม่เป็นครับ"
(ไม่อยากจะบอกเล้ย ตอนอยู่เดอะบอย ยังเป็นยุคทำอาร์ตเวิร์คด้วยการแปะกาวยางอยู่เลย
อ่ะ งง ดิ งง เกิดไม่ทัน)


ด้วยความที่ใช้คอมพ์ไม่เป็นเลย โปรกงโปรแกรม กราฟฟิคอะไรไม่รู้จักทั้งนั้น เคยจับแต่เครื่องพีซีก๊อกๆ แก๊กๆ ไม่เคยทำไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วที่นี่ดันมาใช้เครื่องแม็คอีก

"นู่นเลยครับ ใช้คอมพ์ไม่เป็น น้องลงไปตัดโฟมข้างล่างเลย"
งานหลักของที่นี่คือการออกแบบหน้าปกวิดีโอ วีซีดี ให้กับ ทางซีวีดี
ส่วนงานรองก็ทำเกี่ยวกับดิสเพลย์จัดหน้าร้าน จัดบูธเวลาไปออกงาน งานตัดโฟมจึงมีทุกวัน

เราทำงานที่นั่น ตัดโฟมมันทุกวัน
แรกๆ ก็ไม่คิดอะไร
ผ่านไปสักพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกเขิน เพราะเพื่อนที่ทำอยู่แผนกตัดโฟมด้วยกันเนี่ยวุฒิ ม.6 กันทั้งนั้น บางคนหรูหน่อยก็ ปวช. เราคนเดียวที่ ป.ตรี (แต่รับเงินเดือนวุฒิ ม.6 คือ 6,000 บาท) แถมยังกระแดะมีรถขับไปทำงานด้วยนะ หัวหน้าแผนกยังนั่งรถเมล์อยู่เลย เพื่อนก็เริ่มเหล่ หัวหน้าก็เริ่มเหล่ ออกอาการไม่พอใจ ไอ้นี่มันเกินหน้าเกินตา

ไม่ไหวๆ ต้องอะแดปตัวเอง เลิกงานปั๊บ ไปเรียนคอมพ์ แม็คอินทอชเพิ่มเติม โฟโต้ชอป อีลาส เพจเมคเกอร์ ลงเรียนหมด เลิกงานห้าโมง เพื่อนคนอื่นอยู่ทำงานต่อ เรากลับบ้านเลย บอกหัวหน้าว่าผมไปลงเรียนคอมพ์เพิ่ม ขอกลับไวนะครับ

ก็เรียนไปเรื่อยๆ
เป็นการเรียนคอมพ์ครั้งเดียวในชีวิต และก็บอกกับตัวเอง(และเพื่อนทุกคนที่มาขอความเห็นเวลาจะไปเรียนคอมพ์) ว่าอย่าโง่ไปเสียเงินให้กับไอ้โรงเรียนพวกนี้อีก

ใครโง่ไปแล้ว ขอให้รับรู้เอาไว้นะครับ ว่าเราหัวอกเดียวกัน..
จ่ายเงินไปเป็นพัน
น้า..ไม่ได้สอนอะไรเล๊ย
ให้ชีทมาเล่มหนึ่ง สอนมันตามชีทนั่นแหละ สอนแบบนี้กูซื้อชีทไปอ่านเองทำเองที่บ้านก็ได้ พอถามอะไรนอกชีทหน่อยทำเฉไฉบอกให้ฝึกไปตามนี้ เดี๋ยวก็จะทำได้เอง แน๊ะ! ดูมีเหตุผล

จำไว้..อย่าไปเสียเงินให้มันครับ ถ้าไม่อยากโง่แบบผม
อดทนเอาครับ ไปซื้อหนังสือมานั่งฝึกทำเองดีกว่า
หรือไม่ก็..ผมมีวิธีที่ดีกว่านั้น ไว้จะเล่าให้ฟังตอนต่อไป

------------------------------------------------------------------------------------------------

แม๊..พักชมโฆษณา หายใจหายคอ กันสักนิดเถอะนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------

สุดท้ายก็จบคอร์สมาแบบเสียดายๆ เงิน

จบปั๊บ วันรุ่งขึ้นไปทำงานแต่เช้า หน้าตาแช่มชื่นไปหาหัวหน้าเลย
"พี่ครับ ผมทำคอมพ์เป็นแล้วครับ" แววตามุ่งมั่น "ผมขอย้ายขึ้นมาจัดหน้าเลยนะครับ"
"เออ..เจอตัวก็ดีแล้ว ลงไปหาผู้จัดการหน่อย เขาอยากคุยด้วย"
ดีเหมือนกัน จะได้ขอกับผู้จัดการเลย เราคิดในใจ

วันนั้นเป็นวันที่ทำงานครบ 3 เดือนพอดี เขาคงเรียกไปแจ้งว่าผ่านโปรฯ ก่อนที่จะปรับเงินเดือนให้


"หัวหน้าแผนกเขาประเมินให้คุณไม่ผ่านโปรนะ เพราะคุณทำอะไรไม่เป็นเลย ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน"

เปรี้ยง!!! เหมือนฟ้าผ่าลงกระบาล ตอนนั้นตัวเย็น..ชาดิ๊กไปทั้งตัว
ไม่คิดไม่ฝัน ว่ามันจะตกงานได้ง่ายขนาดนั้น อุตสาห์ไปลงเรียนคอมพ์มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ยังไม่ได้แตะเมาท์เลยอ่ะ โดนออกเสียแล้ว

"งั้น ผมลากลับเลยนะครับ" ไม่รู้จะพูดยังไง วันนั้นงานการไม่ทำมันแล้ว ไม่ได้โกรธ แต่ออกอาการงง เฮ้ย..จะเอาไงกะชีวิตดีว่ะเนี่ย จะอยู่ จะกิน ยังไง หรือจะกลับบ้านนอกดี สับสนมากฮะช่วงนั้น ไม่รู้จะทำไงกับชีวิตดี

ตั้งใจจะขับรถกลับอพาร์ทเมนท์ แต่มันดันไปถึงนู่นเลย บ้านแม่ที่ต่างจังหวัด โชคดีไม่มีใครอยู่บ้าน เลยไม่ต้องตอบคำถามใคร ว่ามาทำไม กลางวันแสก งานการไม่ทำ

ในใจเศร้ามากๆ อยากจะร้องไห้ แต่ก็ไม่ร้อง ไม่ใช่เพราะเกิดเป็นผู้ชายต้องมีใจอดทน แต่มันสับสน

ไขกุญแจเข้าไปในบ้าน ไปทรุดตัวลงนั่งหน้ากองนิตยสารเดอะบอยที่เก็บเอาไว้ในห้องตัวเอง

มอง...เนิ่นนาน
ยื่นมือหยิบมาพลิกเปิดทีละเล่มๆ
ภาพตัวเองสมัยทำงานที่เดอะบอยมันค่อยๆ ย้อนมาทีละภาพ

"คอลัมน์นี้ เราทำนี่นา กว่าจะนัดสัมภาษณ์พี่เขาได้ตั้งนาน"
"คอลัมน์นี้ กว่าจะเสนอผ่าน"
"คอลัมน์นี้โดนแก้งานบานเลย"
"งานนี้โดนพี่เขาด่า จนแทบจะหนีไปลาสิกขาบท"
สมองมันคิดแต่เรื่องเก่าๆ พรั่งพรูออกมาเหมือนกับแกล้งตอกย้ำความล้มเหลวของเรา ว่าตอนนี้แกตกงานแล้ว ไม่มีงานทำแล้ว อิอิอิ

ชีวิตที่ไม่มีทิศทางมันช่างโหวงเหวงว่างเปล่าเสียจริงๆ...

ขอได้รับความขอบคุณจาก ซีวีดี อินเตอร์เนชั่นแนล สวัสดีครับ

โ ป ร ด ด ด ด ติ ด ต า ม ต อ น ต่ อ ไ ป 

-----------------------------------------------------------------

เส้นทางชีวิตสู่วงการ

เรียนคอมพ์ 3 เดือน --> มันไม่ได้เป็นแค่รถนะ --> จากโรงหนังสู่ความบันเทิงในบ้าน --> คืนรัง - ช่วงสุดท้ายกับเดอะบอย --> เริ่มต้น กินกระดาษเป็นอาหาร

------------------------------------------------------------------

"เกรียน" สมัครแอร์

posted on 25 Jan 2008 08:51 by stonezoup  in DiscoveryChannel, Hitz

เกรียน สมัครแอร์ แกสมัครเอียน (จะผวนให้มันได้อะไรเนี้ยยยย...)

เอาอีกแล้ว ไอ้พวกเกรียน
คราวนี้มันจะไปสมัครเป็นแอร์โฮสเตสอีกแล้ว
ท่าทางมันคงจะดูละคร "สงครามนางฟ้า" มากเกินไป เลยอยากจะเป็นแอร์กะเขามั่ง

พูดถึงละครเรื่องนี้
ตอนนี้สบายพี่ "ถลกเกียรติ" ไปแล้ว
เป็นข่าว ได้โฆษณาฟรีๆ ทำละครแอร์ตบกัน
ทางฝั่งสหภาพแรงงานว่างงาน
ของการบินเทย ที่ทำทุกอย่างที่ได้เงิน และได้คะแนนเสียง ก็ออกมาเรียกร้อง "อย่าๆ อย่า ทำแบบนี้กะคนอาชีพนี้ มันเสื่อม แอร์รับไม่ด๊ายยย"
ก็ดี ปรามๆ ไว้เสียมั่ง ทำละครเสียเว่อร์

ของจริงเขาตบกันซะที่ไหน เขาเอามาม่าสาดกันเว้ย!!

ก็เหมือนกันกับอาชีพอื่น กว่าจะผ่านเข้าไปเป็นแอร์ได้ มันต้องผ่านหลายด่าน หลายขั้นตอน หนึ่งในขั้นตอนนั้นก็คือการสัมภาษณ์ นี่คือคำตอบของไอ้พวกเกรียน เมื่อถูกถามว่า

"ทำไมถึงอยากเป็นแอร์"

1. ประทับใจ
"เมื่อตอนเด็กๆ หนูเคยขึ้นเครื่องบิน กับคุณพ่อ คุณแม่ แล้วเห็นพี่ๆ แอร์โฮสเตส หนูอยากเป็นแบบเขาบ้าง" เมิงจะอวดว่าบ้านรวย มีฐานะว่างั้น ได้ขึ้นเครื่องบินแต่เล็กแต่น้อย
นี่ดีนะ ที่บุพการีพานั่งเครื่องบิน ถ้าเขาพาขึ้นรถสิบล้อ เมิงมิอยากเป็นคนขับรถสิบล้อเหรอ

เออ..ถ้าตอบงี้ คนที่พ่อแม่เขาเป็นเจ้าของรถสิบล้อขนส่งสินค้า โตขึ้นมาเขาก็ต้องอยากขับสิบล้อดิ

--------------------------------------------------------------------------------
พักโฆษณา
น้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ ผุพอง เป็นหนอง เป็นสิว ใช้เย็นเตร็กซ์ซซซซ
เจ้าของเดียวกันกับโทนาฟฟฟฟฟฟ..
--------------------------------------------------------------------------------

เฮ้อ.. โฆษณาน้อยนะครับ ไม่ค่อยมีคนเข้าบลอก เลยมีโฆษณาแค่ตัวเดียวเอง เรตติ้งไม่ดีสงสัยอีกหน่อยคงโดนปิดบลอกแล้วแหละ

นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ มีคนเข้าวันเป็นแสน ไม่ได้เขียนสนุกอะไรเลย เปิดให้โหลดเพลง เอ็มพีสาม ภาพโป๊ หูย...คนหลั่งไหลกันมาอย่างกะงานกาชาด

นี่ดีนะที่ คุณแชมป์ เขามาเตือนว่ามันผิดกฎหมาย ไม่งั้นอัพคลิปโป๊ของตัวเองให้โหลดแล้ว
อีตอนนั้นไม่รู้คิดยังไงของมันนะ จะอยากให้คนเข้าบลอกเยอะๆ ไปทำไม

สงสัยคงคิดว่าถ้าคนเข้าบลอกเยอะๆ กระทรวงไอซีทีคงแจกงบให้วันละล้านห้า ฐานะที่ช่วยผลักดันวงการไอทีให้เฟื่องฟูมั้ง

.
.
.

2. รักงานบริการ
เบสิก ไอ้พวกบ้านจนไม่เคยขึ้นเครื่องมันต้องตอบแบบนี้ทุกราย จะมีบ้างประปรายสำหรับไอ้พวกบ้านรวยสมองช้า ลืมตัวว่าเคยขึ้นเครื่องบิน ก็ต้องมาแย่งชาวบ้านเขาตอบ "หนูรักงานบริการค่ะ ได้บริการคนอื่น เห็นคนอื่นเขามีความสุข แล้วหนูก็มีความสุข"

อยากทำงานบริการไปเป็นเด็กเสิร์ฟก็ด๊ายยย.. บริการเหมือนกัน
ไปเป็นข้าราชการที่ต้องบริการประชาชนเลยก็ได้ ภาครัฐยิ่งขาดแคลนคนรักงานบริการอยู่ด้วย
หรือนี่เลย
ไปเป็นตำรวจตระเวนชายแดน "ตำรวจบริการประชาชน" เป็นคำขวัญของกรมตำรวจเลย

"พี่จะให้หนูเป็นตำรวจเลยเหรอ หนูเป็นผู้หญิงนะ"

อ๊ะ!! ผู้หญิงเป็นตำรวจสิดี เวลาจับโจรใต้ ไม่ต้องเสียเหงื่อ เสียเกลือแร่ เสียเลือดเนื้อ ทำทีเป็นกางเกงหลุด พอโจรมันตกใจไปเสียววินาที ฉวยจังหวะตอนนั้นแหละ ยิ่งแม่งตายเลย 555

ทั้งสองข้อนี้มักจะเป็นคำตอบของพวกเกรียนใช้เวลาไปสอบสัมภาษณ์ (มีมากกว่านี้มั้ย ช่วยนึกหน่อย) ไม่ว่าวันเวลาจะพัฒนาไปสักแค่ไหน วิทยาการจะก้าวล้ำไปเพียงใด แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สมองเกรียนๆ ได้พัฒนาคำตอบขึ้นมาเลย จากรุ่นสู่รุ่น มันยังคงตอบเหมือนเดิม ทั้งที่ความจริงใครๆ ก็รู้ว่ามันอยากเป็นแอร์ไปทำไม

1. อยากรวย
คิดสั้นๆ ไงว่าแอร์ เป็นอาชีพที่ได้เงินเยอะ เงินเดือนบวกเบี้ยเลี้ยง เดือนๆ หนึ่งก็หลายหมื่น
แต่จะบอกให้ว่า การที่ทำงานอยู่บนที่มีออกซิเจนน้อยๆ และในสถานที่แออัดอย่างบนเครื่องบินน่ะ มันแหล่งเชื้อโรคดีๆ นี่เอง นี่ยังไม่ได้นับส้วมบนเครื่องบินที่น่าจะเป็นที่รวมตัวของเหล่าเชื้อโรคนานาชาติ แทบจะเรียกว่าองค์การยูเนสโกของเชื้อโรค ตั้งอยู่ที่นั่นเลยก็ว่าได้

เพราะฉะนั้นจุดมุ่งหมายของการที่แอร์ต้องได้เงินเดือนเยอะๆ คือต้องการให้เอาไว้รักษาตัว มันเสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บ มันเสี่ยงกับผู้ก่อการร้าย มันเสี่ยงกับอุบัติเหตุบนเครื่อง

เคยมีแอร์คนหนึ่งเดินเข็นคาร์ด (รถที่ใส่อาหารเครื่องดื่ม) อยู่ดีๆ เครื่องบินตกหลุมอากาศ เข่ากระแทกคาร์ดอย่างแรง พอลงจากเครื่องจะไปตรวจ ทางสายการบินบอกว่าถ้าตรวจที่นี่(ต่างประเทศ)จะไม่ออกค่าตรวจให้ ต้องออกเอง แต่ถ้าจะใช้สวัสดิการ ต้องไปตรวจที่เมืองไทย ด้วยความงกครับพี่น้อง เงินน่ะมีนะ ไม่ใช่ไม่มี มันก็รอทนเจ็บ มาตรวจที่เมืองไทย หมอบอกคุณเข่าเสียแล้ว ต้องผ่า ผ่าแล้วก็ไม่หายหรอก เพราะคุณรอนานเกินไป ทำไมไม่รีบมา ตอนนี้น้องคนนี้โดนออกจากสายการบินแล้วครับ เพราะเดินขาเป๋ เป็นอีเป๋เซมากูเตะอยู่ตอนนี้ สายการบินมันก็ไม่เอา แอร์เดินขาเป๋เสียภาพพจน์ กัปตันบอก "ผมไม่รู้เรื่องนะ หลุมอากาศไม่ใช่หลุมถนน จะได้ขับหลบได้" เห็นมั้ยว่ามันเสี่ยง

--------------------------------------------------------------------------------
พักโฆษณา (ต้องขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะครับ ที่หลังจากเอนทรี่ที่แล้ว และเอนทรี่นี้ได้ออกไป กระแสตอบรับดีมั่กๆ --จะไม่ให้ดีได้ไง๊ ก็แกเล่นโพนทะนาบลอกไปทั่ว-- ตอนนี้ทำให้สายการบิน หันมาสนใจลงโฆษณาในบลอกนี้ของพวกเรา โฆษณาสายการบินน่ะ อย่างหรู)

เรียนท่านผู้อ่านทราบ
เข้ามาอ่านฟรีแล้วกรุณาอย่าเรื่องมากครับ
อย่าขอนู่นขอนี่ ไม่ใช่ซานตาคลอส
เข้ามาอ่านแล้วเม้นท์กันสนุกสนาน คลายเครียดเป็นพอ
...ด้วยความรักและเอ็นดู๊ นะตะเอง

--------------------------------------------------------------------------------

2. อยากเที่ยว
เป็นแอร์ได้เดินทางทั่วโลก ได้เที่ยวแบบไม่เสียตังค์ด้วย สบาย เกรียนหลายคนมันคิดงี้แหละ แต่พอไปเจอเข้าจริง ตารางการบินออกมามีแต่ไฟล์ "ดมหมอน" คือ บินไปถึงปั๊บให้นอน 1 ชม. (นอนดมหมอน) แล้วก็บินต่อ (เออ..แต่คนจัดตารางการบินเขาไม่ใจไม้ใส้ระกำหรอก ซ้ำขนม ซี้อตู้เย็นไปฝากเขาเยอะๆ เดี๋ยวเขาก็จัดให้เองแหละ)

3. อยากสบาย
สังเกตุสิว่าคนที่ชอบทำงานให้ความคิด มักจะไม่อยากทำงานเป็นแอร์ เพราะมันเป็นอาชีพที่ไม่ใช้สมอง (เอ้าซวยแล้วกรู...จะโดนตืบมั้ยเนี่ย)

ผมเคยได้รับเชิญให้ไปทานอาหารร่วมกับผู้บริหารบริษัทโบอิ้งที่มาจากฝรั่งเศส ผมก็ชวนพี่ที่รู้จักกันที่ทำงานเป็นสจ๊วตไปด้วย เพราะเห็นว่าแกเขียนหนังสือเกี่ยวกับเครื่องโบอิ้ง คิดว่าคงอยากสนทนากับแหล่งข้อมูล

หลังจากอิดออดอยู่สักพักแกก็ตอบมาว่า
"ช่วยพี่พูดกับเขาด้วยนะ"
เราก็แปลกใจ สจ๊วตน่าจะเก่งภาษานี่หว่า
"พี่อย่ามามุข พี่เป็นสจ๊วตเก่งภาษามากกว่าผมอยู่แล้ว"
"พี่ก็ถนัดแค่รับชา หรือ การแฟดีครับ, รับเนื้อ หรือ ไก่ดีครับ, สักครู่นะครับ.. แค่นี้แหละ"
คือทำงานเหมือนหุ่นยนต์ โดนโปรแกรมมาเท่านี้

ทำตามโปรแกรม เตรียมอาหาร เสิร์ฟอาหาร ขัดห้องน้ำ เก็บของ รับเงิน ใช้เงิน เป็นวงจรอุบาทว์

4. อยากสวย
แอร์ไม่ใช่กรรมกร เพราะฉะนั้นได้ฉ่ำโป๊ะเต็มที่ แต่งมันเข้าไป แต่งหน้า ทาแป้ง เสียยังกะรถขนเครื่องสำอางค์มันไปคว่ำหน้าบ้าน แต่งตัวยูนิฟอร์มสวยงาม วงเล็บว่าจะสวยเฉพาะ 5 ปีแรกเท่านั้นนะ หลังจากนั้นจะแปรรูปจากนางฟ้าเป็นแหนม(ดอนเมือง)บนฟ้าชัดๆ ใส่เครื่องแบบงี้พุง "ปลิ้น" แล้วไม่ใช่แหนมธรรมดานะ แหนมแกสบี้ แก่ๆๆๆ อีกต่างหาก

และก็ไอ้ด้วยความอยากสวยบวกอวดรวยนี่แหละ ทำให้เรามักจะเห็นแอร์เกรียน สวมแหวนหัวอัญมณีเม็ดเบ้อเริ่มเสิร์ฟอาหาร ออฟชั่นแรงจนแทบจะทิ่มตาผู้โดยสารตาย ถ้ามันขับรถขึ้นมาอวดบนเครื่องด้าย มันคงขับมาเกยหัวเราแล้วล่ะ เพราะมันเพิ่งไปถอยเบนซ์คันใหม่มา ออกแนวออนป้า หน้าเงือก เอาเฟอร์นิเจอร์ลบปม

 

**เฮ้ย..นี่แกหงุดหงิดอะไรเขาป่ะเนี่ย
ปล. สหภาพฯครับ
ผมไม่ได้หมายถึง "แอร์" ทุกคนนะ
ผมหมายถึงไอ้พวก "แอร์เกรียน" ต่างหาก
ไม่ต้องไปยื่นจดหมายเรียกร้องนะครับ

แอร์ดีๆ เขาก็มี (พี่สาวผมไง)
มีจำนวนพอๆ กับผู้ชายที่ไม่เป็นเกย์นะแหละ

ยังไม่จบ โปรดติดตามตอนต่อไป
อ้อ..เสาร์-อาทิตย์ ไม่อัพ เพราะต้องไปช่วยแม่เข็นผักในตลาด เจอกันใหม่วันจันทร์ แต่ถ้าหนีนายมาได้ จะมาอัพต่อก่อนเลิกงานวันศุกร์นี้

ขอได้รับความขอบคุณจากทีมงานพันธมิตรให้เสียงภาษาไทย(แต่ไม่เป็นภาษาคน-เอิ้ก!!)

ความเดิมจากภาคที่แล้ว...
ไปอ่านเอาเองนะพ่อ

คุณ HellHound มาเม้นไว้ว่า
เกรียนอยากเป็นแอร์เพราะ "อยากมีสามีฝรั่ง" โดยอ้างอิงจากพวกหนังสือที่แอร์มาเขียนด่า นินทากันเองตามแผงหนังสือ

นั่นแน่.. ตามตามข่าวคราววงการนี้ด้วยนะน่ะ ไม่ธรรมดานะเรา

เกรียนพวกนี้จะนึกอยากมีสามีฝรั่งหรือเปล่า อันนี้ไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัด แต่ที่ป๋าเคยเห็นมาคือ

เกรียนพวกนี้มันหวัง "กัปตัน" แน่ๆ

ไม่รู้จะไปติดอกติดใจอะไรกับกัปตันเกรียนๆ พวกนี้ ทั้งพูดจาก็ไม่รู้เรื่อง พูดแทบจะเป็นภาษาคนอยู่แล้ว

ถามจริงเวลาพวกเรานั่งเครื่องบิน แล้วได้ยินเสียงกัปตันประกาศ เคยฟังมันรู้เรื่องมั้ย ไม่รู้งึมงัมอะไรของมันอยู่ในคอ

"@#!!$#$#@@#"

ช่างผิดกับเกรียนแอร์อย่างลิบลับ
สำเนียง "ฝรั่งห๊า" น้ำลายกระเด็นท่วมหัวผู้โดยสาร สำเนียงดีเว่อร์ๆ

ทำไมแอร์เกรียนถึงอยากมีสามีเป็นกัปตัน คำถามระดับชาติอย่างนี้ แทบจะต้องยกให้เป็นวาระแห่งชาติ ยังไงฝากสหภาพว่างงาน (
สหภาพแรงงานว่างงานของการบินเทย ที่ทำทุกอย่างที่ได้เงิน และได้คะแนนเสียง) ช่วยทีนะครับ

เรื่องนี้มันเกี่ยวกับความรักครับ ความรัก(เงิน)ล้วนๆ ไม่มีเจตนาอื่นซ่อนเร้น
สาบานให้เงินทับเดี๊ยนตายสิเอ้า!!!

งกเงิ๊กที่ไหนไม่มี๊!!!
เห็นแก่เงินอาไร๊ ชั้นรวยอยู่แล๊ว


มันเป็นเรื่องของการทำงานบนที่สูงครับ ออกซิเจนน้อย ทำให้พวกเธอสายตาพร่ามัว และรสนิยมผันแปร มองเห็นกัปตันเกรียน หัวล้าน ผมบาง พุงพลุ้ย มันเท่ห์สุดๆ แถมสมองชา ประสาทการตอบสนองช้ากว่าปกติ คือกว่าจะรู้ตัวว่ามันมีเมีย 8 ลูก 15 ก็ตอนเสร็จมันไปเรียบร้อยแล้ว
ไม่ได้โง่ ไม่ได้งกนะ มันเบลอ
มันคือความรักล้วนๆ
(เห็นใจพวกเธอ เถิดนะครับ ที่ระดับความสูง 70,000 ฟิตนั้นมันหาความสุขยากจริง)

ความลำเค็ญของเธอยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้นะครับ
มันยังมีมากกว่านั้น
ที่ป๋าไม่เข้าใจก็คือ

ทำไมแอร์เกรียนมักจะมีพ่อแม่ที่ไม่ทำมาหากินอะไร นอกจากเกาะลูกกิน

เรื่องนี้ป๋าก็ดั๊นกระแดะไปเจอะเจออีกเหมือนกัน
ลูกสาวสอบเป็นแอร์ได้ พ่อแม่ลาออกจากงานเลย
ไอ้พ่อบอก
"ที่ลาออกเพราะอยากจะมีเวลาขับรถไปรับ-ส่งลูก...กลัวลูกเหนื่อย... ลูกกลับดึกกลับดื่นขับรถเองมันอันตุราย"
ส่วนแม่ก็บอกว่า
"ที่แม่ลาออก ก็เพราะจะได้มีเวลาดูแลเอาใจใส่เรื่องอาหารการกินให้เค้า.. เห็นเค้าเหนื่อยแล้วแม่ก็เห็นใจ..."
ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้คิดอะไร เพื่อเห็นแก่ความสุขของลูก พ่อกับแม่ขอกันคนละหมื่นห้าเท่านั้นเอง นะลูกนะ (ตอนทำงานได้เงินเดือนหกพัน)
น่าอิจฉาเธอนะครับ ครอบครัวแสนสุข โชคดีจังที่เกิดมามีพ่อแม่ที่เอาใจใส่มากขนาดนี้
ลืมบอกไปครับ พ่อกับแม่มันอยู่อุดรครับ ส่วนลูกทำงานอยู่กรุงเทพ
(แล้วมันจะไปเอาใจใส่ลูกตอนไหนว่ะน่ะ)

นังแอร์เกรียนก็ต้องทำงานก้มหน้าบินหัวทิ่มหัวตำหัวนมดำไปตามเรื่องตามราว


แต่เธอก็ไม่ท้อนะครับ เธอ"สู้เพื่อแม่" ไม่มีปริปากบ่น

แม้จะเิริ่มหมุนเงินไม่ทัน ก็ไม่บ่น
ค่าเครื่องสำอางค์แพง ก็ไม่บ่น
ค่ารถก็ต้องผ่อน ไม่บ่นครับ
ค่าผ่อนบ้านก็ต้องจ่าย ก็ไม่บ่นครับ
ได้ผัว ผัวก็เสือกยังไม่ทำงานอีก เกาะกรูกินอีกคน ไม่บ่นครับ
เอ๊า... ดันเสือกมีลูกอีก
ลูกก็ต้องเรียนนานาชาติ ไม่ ไม่บ่นครับ
เฟอร์นิเจอร์ออฟชั่นก็ต้องมี ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ ไม่ได้ๆ เดี๋ยวโดนครหา หาว่าเป็นแอร์รากหญ้า

ไม่บ่นครับ เธอไม่บ่น เธอด่ากราดเลย
ด่าด้วยอนุภาพแห่งความรัก "รักแห่งสยาม"

ชีวิตแอร์เกรียนอย่างเธอช่างลำเค็ญจริงๆ ครับพี่น้อง

.
.
.

 

สำหรับคนที่ไม่เคยลดตัวลงไปสนใจข่าวสารการละคร
เลยไม่รู้ว่าเนื้อเรื่อง "สงครามนางฟ้า" เป็นอย่างไร
ไม่ต้องเสียใจ มาเดี๋ยวป๋าจะเล่าให้ฟัง

ละครเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของ "ริน" สาวสวยอดีตคนขับรถสิบล้อ ที่เดินทางเข้ามาฝึกเป็น "แอร์" ของสายการบิน มะละแหม่งแอร์ไลน์
ในการฝึกอบรมอันหนักหน่วง ราวกับการฝึกนาวิกโยธิน เธอต้องซิทอัพ วิดพื้น แบกเรือยางวิ่งลงทะเล เข็นเครื่องบินขึ้นภูเขา
ทำให้รินได้รู้จักและสนิทกับ "หนุ่ย" ว่าที่สจ๊วตหนุ่มอดีตแมงดาคุมซ่อง และ "กิ๊บ" สาวน้อยจอมเจ้าชู้ฉายาสาวน้อยร้อยกิ๊ก

รินได้รู้จักกับสองคนนี้ เพราะไอ้สองคนนี้มันมักจะกินแรงเพื่อนในการฝึกอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น ด้วยความที่เป็นนางเอกของเธอ เธอจึงมีเมตตาผิดมนุษย์มนา มากกว่าใครๆ ในเรื่อง


และก็ตามฟอร์มอีกเช่นกัน ที่เธอจะต้องสวยโด่ดเด่นมาก(กว่าปัญญา) จนทำให้เธอได้รับเลือกเป็นตัวแทนของรุ่นในการทำกิจกรรมต่างๆ เสมอ ๆ ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันแย่งผัวชาวบ้านสี่คูณร้อย กับแอร์สายการบินอื่น
หรือการแข่งขันนินทานายลับหลังผลัดผสม
หรือการยกหางตัวเองคลีนแอนด์เจอร์ก

จนเพื่อนร่วมรุ่นบางคนแอบหมั่นไส้ ซึ่งก็ช่วยไม่ได้ นางเอกค่าตัวแพงต้องโดนกดดัน
โดยเฉพาะ "หน่อย" แอร์โฮสเตสอดีตแม่ค้าปากตลาด ที่มีผลสอบดีเยี่ยมเป็นที่ 1 ของรุ่น ที่เคยผ่ายแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์มาแล้ว หน่อยอิจฉาที่รินมีความสวยแบบไม่ปรึกษาใคร นอกจากจะมีกล้ามโต เธอยังมีขนหน้าแข้งดกกว่าเพื่อนร่วมรุ่น
หน่อยทนไม่ได้จึงหาโอกาสแกล้งวางระเบิดเผาขนหน้าแข้งรินอยู่เสมอๆ
เป็นเ-ี้ยไรเนี่ย จะไปอิจฉาเขาทำไม ทำงานไปซี๊

เมื่อการฝึกอบรมจบสิ้นลงทุกคนต่างแยกย้ายกันไปด่าผู้โดยสาร
รินกับหนุ่ยได้ทำงานด้วยกัน ทั้งสองต้องเจอกับ "จี๊ด" เพอร์เซอร์จอมเฮี้ยบ อดีตอาจารย์ฝ่่ายปกครองแชมป์เฆี่ยนนักเรียนหลังลาย 3 สมัยซ้อน

แต่ด้วยความน่ารัก แอ็บแบ๊ว ปัญญาอ่อนประกอบกับความมีน้ำอดน้ำทนของริน ซึ่งเธอคิดเสมอว่า ก่อนหน้านี้ขับสิบล้อลำบากกว่านี้หลายเท่านัก และความฉลาดเก่งกาจของหนุ่ย ที่อาศัยความปลิ้นปล้อน ตลบแตลงเป็นที่หนึ่ง ตั้งแต่สมัยเป็นแมงดา ทำให้ทั้งคู่เอาชนะใจจี๊ดได้

วันหนึ่งรินได้พบกับอิน นักบินที่ 2 ด้วยความบังเอิญ อินหลงรักรินตั้งแต่แรกเห็นขนหน้าแข้งอันพริ้วไสวของเธอ หลังจากวันนั้น รินมักจะได้รับของขวัญน่ารักๆ อาทิ ไดร์เป่าขนหน้าแข้ง, ที่ดัดขนหน้าแข้ง ส่งมาให้ที่ทำงานเสมอ โดยที่รินก็ไม่รู้ว่ามาจากใคร "เอ๊..ใครน้าส่งมาให้เรา"

ชีวิตรันทดของรินจะดำเนินต่อไปอย่างไร? โปรดสละเวลาอันมีค่าของท่านไปดูผู้หญิงตบกัน
ขอได้รับความขอบคุณและความรำคาญจาก ด้วยความกระแดะ

*หมายเหตุ: ถูกถอนโฆษณาเพราะใช้วาจาไม่สุภาพ (เอ้า..ซวยเลยตู)

ปล. น้องๆ ที่รักอาชีพนี้อย่างจริงจังครับ วันไหนที่เหนื่อย เบื่องาน เบื่อผู้โดยสารขึ้นมา กรุณานึกถึงวันที่น้องๆ พยายามปีนป่ายขึ้นไปให้ได้ทำอาชีพนี้กันนะครับ อย่าทำตัวเป็นแอร์เกรียนเด็ดขาดมันน่ารังเกียจนะจะบอกให้ ใครจะแก่ ใครจะเกรียนก็ช่างมัน ปล่อยๆ มันไป เดี๋ยวมันก็ตาย สร้างสังคมใหม่ที่น่าอยู่แบบพอเพียงกันดีกว่าครับ (โอ้โห..เท่ห์จริงๆ ว่ะกรู)