ทำบุญร่วมชาติ ควบ คาสโนวาฝ่าดงตีน
posted on 12 Feb 2008 13:38 by stonezoup in Hitz, MUSIC, MyLifeStoriesวาเลนไทน์แล้วครับท่าน แหม..ไม่รู้จะบอกทำไม คนอ่านไม่ได้โง่เสียหน่อย
วาเลนไทน์เป็นเทศกาลเป็นวันแห่งความรักของฝรั่ง แต่เป็นวันปล่อยสเปิร์มแห่งชาติของเรา
ในวันนี้ชายหญิงหลายคู่จะนัดพบกันแบบตัวต่อตัวเพื่อนัดแนะกันไปทำบุญปล่อยสเปิร์มกัน ขอให้เจริญนะพ่อนะ
วาเลนไทน์ถ้าไม่มีเอนทรี่เรื่องรักๆ ให้อ่าน อาจจะถูกเหยียดหยามว่าเชย
จัดให้ครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพรัก เพลงสื่อรัก หลายท่านอาจจะต้องการนำเพลงนี้ ไปมอบให้กับคนที่รัก แต่ท่านอาจจะยังไม่รู้ถึงความหมายที่แท้จริง มาทำความเข้าใจเนื้อหาของเพลง "ทำบุญร่วมชาติ" ของ ชาย ชาติโยดม เฮ้ย.. ชาย เมืองสิงห์ กันดีกว่า
ชาติก่อนเราเพียง คู่เคียง เก็บดอกไม้ร่วมต้น ชาติก่อน ไม่ได้ทำหากินอะไร นอกจากเก็บดอกไม้ต้นเดียวกัน ในบ้านคนอื่น เรียกให้ถูกก็ไอ้สองคนนี้เป็นขโมยนั่นแหละ
แต่ว่าเราสองคน ไม่สนใจ ใครจะว่าเราเป็นขโมย เราก็ไม่สนใจ เราภูมิใจในวิชาชีพของเรา (น่าภูมิใจตรงไหนเนี่ย)
ใส่บาตรร่วมขัน ทำตัวเป็นโรบินฮู้ด ขโมยดอกไม้มาได้ เอามาใส่บาตร พระเลยโดนคดีรับของโจรไปด้วย อย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ใส่ไม่ใส่ปล่าว ยังจะช่วยกันโก่งคอขันเป็นไก่ในระหว่างใส่บาตร พระสงสัยว่าไอ้สองคนนี้บ้าหรือดี่
ชาตินี้เราสอง เราสองจึงต้องโศกศัลย์ นั่นไง บาปกรรมตามทัน ชาตินี้เลยต้องมาเสียใจ
รักกันชอบกัน ไม่ได้กัน บุญเรานั้นไม่มี รักกันแต่ไม่ได้อันจ๊ะอันตรุยกันเสียที เพราะผู้ร้องไม่มีน้ำยา แต่ผ่าไปโทษบุญกรรมว่าไม่ดี
พี่จะทำบุญ ก่อทุน ไว้ตามน้องชาติหน้า ชาตินี้คงไม่ได้และ ทำใจ กะทำบุญไปรอลุ้นเอาชาติหน้า
ชาตินี้พี่ต้องลา ก่อนหนา ชาตินี้พอกันที ขอตัวก่อนที่จะหน้าหนา หน้ามืดปล้ำเอาดื้อๆ
น้องจ๋าคนดี แฟนผู้ร้องชื่อน้องจ๋า ชาตินี้กลับตัวแล้ว เป็นคนดี
ก่อนลาน้องจ๋า น้องจ๋าจงได้ปราณี ขอหอมซักที ก่อนจะไป ไหนๆ ก็ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือไปแล้ว ผู้ร้องไม่ขอไรมาก ขอหอมทีเดียว
เถิดคนดี ก่อนพี่จะจากไป นะ ก่อนไป ขอพี่สักที
พี่จากน้องไป น้องเอ๋ย อย่าได้กังวล เข้าข้างตัวเอง คิดว่าตัวเองไปแล้ว แฟนจะคิดถึง
พี่จะอุทิศตน โกนหัว นุ่งห่มผ้าไตร ถ้าได้หอมสักที กูจะบวชให้เลย ว่างั้น ทุ่มเทมาก
อโหสิกรรม เถิดหนา ถ้าพี่พลั้งไป ยกโทษให้พี่ด้วย ถ้าพี่หน้าด้าน ขอกันดื้อๆ จนปัญญาจริงๆ
บุญมีพบกันชาติใหม่ ชาติหน้าเจอกัน พี่จะทำให้ดีกว่านี้
อย่าได้ อย่าได้อาวรณ์ ยังเข้าข้างตัวเองอยู่ว่าฝ่ายหญิงเขาคงคิดถึง มีการอย่าได้สองครั้ง ออกแนวติดอ่างแล้วด้วย
พี่บวชเป็นพระ จะมา บิณทบาตรโปรดเจ้า ขนาดบวชแล้ว ยังมีกะใจจะมาหาหญิงอีกนะ
ถ้าหากนงเยาว์ ใส่ข้าว พี่ก็จะให้พร แต่กลับมาหาหญิงอีกคนที่ชื่อนงเยาว์แทน
ชาตินี้วันนี้ บุญพี่ ไม่ถึงบังอร มาหานงเยาว์ แต่ตัดพ้อถึงหญิงอีกคนชื่อบังอร
ขอลางามงอน ด้วยอาวรณ์ ด้วยรักซ้อน พี่อ่อนใจ ลาขาดเลยทั้ง 3 คน ผู้ร้องชักจะอ่อนใจ สับรางไม่ไหว (ตกลงเพลงนี้ หนุ่มกรรชัย แต่งป่าวหว่า)
พี่จากน้องไป น้องเอ๋ย อย่าได้กังวล ขยันเข้าข้างตัวเองจริงๆ
พี่จะอุทิศตน โกนหัว นุ่งห่มผ้าไตร ไปโกนหัว ห่มผ้าเหลืองแล้ว
อโหสิกรรม เถิดหนา ถ้าพี่พลั้งไป ผิดพลาดประการใด ยกโทษให้พี่ด้วย
บุญมีพบกันชาติใหม่ ชาติหน้าเจอกัน
...
รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ ขึ้นต้นเก๋ๆ ไปซะอย่างนั้นเองแหละ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเนื้อเรื่องเลย
ครึ้มอกครึ้มใจ เห็นมันมีคำว่ารัก กำลังพยายามจะแถเข้าเรื่องความรักอยู่ เพื่อให้มันเข้ากับบรรยากาศสักหน่อย
โอ้ว...ความรัก ผมมีรักครั้งแรกกะเขาครั้งแรกเมื่อไรเนี่ย เฮ้อ..นึกไม่ออกจริงๆ
ด้วยความที่เรียนในโรงเรียนผู้ชายล้วน และใช้ชีวิตทะโมนและโลดโผนมาก หญิงเหยิงไม่ยุ่ง มุ่งหนังเอ็กซ์ เอ้ย..มุ่งกิจกรรมนอกห้องเรียนตลอด เฮฮาไร้สาระไปเรื่อย
แต่จำได้ว่าครั้งแรกที่จีบหญิง ก็ตอนอยู่ม.ปลายเสียแล้ว ตอนนั้นว่างจัด ไม่รู้จะทำอะไร เห็นผู้หญิงคู่หนึ่งเดินผ่านมา อยู่ในระยะสายตาปรับโฟกัสได้ เฮ้ย..ฝาแฝดนี่หว่า ตัวเล็กๆ ไว้ผมม้า น่ารักทั้งคู่ แหม..ดูแต่งชุดนักเรียนเข้าสิ ดึงกระโปรงสูงขึ้นมาถึงใต้ราวนมเชียวนะ น่าเอ็นดู๊ อร๊างงงง...มองดูไปเหมือนแฟชั่นอิมซังอ๊ก เธอเป็นผู้นำแฟชั่นอย่างแท้จริงครับ
หลังจากนั้น ผมก็เริ่มดำเนินการรักพี่เสียดายน้อง เรือล่มในหนองทองจะไปไหน จีบทั้งคู่เลย อย่าถามถึงความดีงาม ผิดบาปอะไรในจิตใจช่วงนั้นครับ หน้ามืด รู้แต่ว่าต้องกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่าถามด้วยว่ารักชอบเขาหรือเปล่า รู้แต่ว่าจีบดีกว่า และก็ดูเหมือนนรกจะเข้าข้าง ต้นงิ้วขานรับนโยบาย เธอทั้งคู่เรียนอยู่คนละห้อง ช่วงเวลานาทีทอง(ที่เธอทั้งคู่จะแยกห่างจากกัน)ของผมอยู่ตรงนี้นี่เอง
ผมสวมวิญญาณคาสโนวาโดยไม่แยแสสารรูปตัวเอง เช้าดอดเข้าหา 'ใหญ่' คนพี่ บ่ายดอดเข้าหา 'น้อย' คนน้อง ตกเย็นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ วิ่งเล่นกับเพื่อนตามปกติ ไม่มีใครในกลุ่มผมระแคะระคายสักคน ว่าผมกำลังสีหญิงอยู่
กระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ผมโดดเรียนมายืนฉี่ โดดเรียนมาฉี่หมายถึง ขออนุญาติมาฉี่ โดยใช้เวลาฉี่ประมาณครึ่งชั่วโมง ขณะที่ผมกำลังยืนฉี่สายน้ำหลั่งไหลอย่างมีความสุขในห้องน้ำชาย หารู้ไม่ว่ามีบุรุษลึกลับแผ่รังสีอำมหิตเดินตรงเข้ามาทางด้านหลังของผมทั้งซ้าย-ขวา
"พั๊วะ!!!" เสียงฝ่ามือใหญ่ด้าน ตบลงมาที่ศรีษะด้านหลังของผมอย่างเต็มแรง
"โป๊ก!!!" ด้วยแรงตบระดับแชมป์วอลเล่ย์บอลทีมชาติ ทำให้หัวผมกระเด้ง หน้าผากไปโขกเอากับผนังห้องน้ำ
จากนั้นก็ตามด้วยแรงถีบโครมใหญ่จากตีนใครก็ไม่รู้ ถีบเข้าที่ตูดผม ผมเสียหลักทรุดลงไปในท้องร่องที่เต็มไปด้วยฉี่ผม ี่ผสมกลมเกลียวกับฉี่เพื่อนๆ เกือบทั้งโรงเรียน
อ้าาา... กลิ่นฉี่โชยมาแตะจมูก
"ปึ้ก! อึ้ก! อั๊ก! ฯลฯ" ตามมาด้วยดงตีนอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ประเคนเข้าที่หัว ไหล่ ตูด เอ้ย..หน้าอก แผ่นหลัง และลำตัว ไม่แสบเหมือนวิกวาโปรับเลยครับ มึนอย่างเดียว
หลังจากบุรุษไม่ทราบนามถวายตีนให้ผมจนมันเหนื่อย มันก็หยุดแล้วพูดว่า "อีน้อยน่ะเมียกู มึงอย่าเสือก!.. ส่วนอีใหญ่น่ะเมียไอ้แขกมัน" มันพยักเพยิดหันหน้าไปทางเพื่อนที่มาด้วยกันอีกคน
ทั้งที่ตาปูด น้ำตาไหล จุก เลือดออกจมูก ออกปาก หัวโนและมึนตึ้บ คาสโนวาฝ่าดงตีนอย่างผมยังแส่หาเรื่องใส่ตัวไม่หยุดด้วยการพูดออกไปว่า "เมียพวกมึง? ไหนเอาทะเบียนสมรสมาดูดิ"
"ปั๊ก!!" เห็นตีนมันไวๆ เสยเข้าปลายคาง ปั๊กสุดท้ายก่อนปิดฉาก ส่งผมลงไปนอนกองหลับนับดาว โดยมีฉี่นองเป็นเพื่อน
...
รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็นอนอยู่ในห้องพยาบาลเสียแล้วครับ ระบมไปทั้งตัว หน้า คาง เจ็บไปหมด แถมยังมีกลิ่นฉี่ตลบอบอวล ผมกลับบ้านด้วยความทุลักทุเล พ่อแม่เห็นเข้าก็ตกอกตกใจ ถามว่าทำไมเสื้อเหม็นฉี่อย่างนี้ ไม่ไดสนใจเลยว่าหน้าตาอันหล่อเหลาของลูกไปโดนอะไรมา ทีนี้ทราบแล้วใช่มั้ยครับ ว่าทำไมผมถึงกวนตีน ผมเลยบอกว่า อ๋อ.. ลื่นหกล้ม จากชั้น 3 กลิ้งลงมาจนถึงชั้น 1 แล้วกลิ้งต่อตกลงไปในถังฉี่พอดี พ่อแม่ได้ฟังก็บอกว่าคราวหน้า ก่อนลื่นล้มกรุณาถอดเสื้อก่อน
เดี๋ยวมันจะเหม็นฉี่ - โธ่!..ชีวิตรักครั้งแรกของเรา
