MyLifeStories

ผู้คนรอบตัวมีอาการเหมือนคนท้องใกล้จะคลอด ช่างเป็นคนขี้น้อยอกน้อยใจกันเสียเหลือเกิน

แต่จะบอกว่าเหมือนคนท้องใกล้คลอดก็ไม่น่าจะได้ เพราะแต่ละคนเนี่ยอยู่ในวัย แก่ แก่ แก่ กันแล้วทั้งนั้น

บางคนถึงขนาดโชว์น้อยใจกันออกนอกหน้าผ่านมาทางสัญญาณโทรศัพท์ระบบเหมาจ่าย ไม่เคยคิดเลยว่าไอ้การทำหนังสือเนี่ยมันแสนจะลำบากยากเข็ญ ในการประคับประคองจิตใจคนขนาดนี้

ยายของเราว่าแก่เคี้ยวหมาก ตัวเท่าหมีแพนด้า แทบจะกลิ้งแทนเดินแล้ว ยังไม่ขี้น้อยใจเท่านี้

(ล่าสุดไปเยี่ยมยายที่บ้านนอกมา ยายบอกว่าอยากติดยูบีซี เพราะต้องการเต้นแอโรบิกตอนเย็นๆ เพราะแถวบ้านยายไม่มี "สามัคคีแอโรบิก" ในลานจอดรถ เพราะโลตัสยังไปไม่ถึง บอกยายไปว่าถึงจะมีโลตัส ยายก็ไปเต้นกะเขาไม่ได้หรอก เพราะครูนำเต้นเหยงๆ บนเวทีน่ะ มันเป้าตุงมาก หัวโบราณอย่างยายไม่น่าจะรับได้ ยายบอกโอเค งั้นยายเต้นตามแหม่มฝรั่งในทีวีดีกว่าลูก)

จากผลการวิจัยระบุว่ากลุ่มเสี่ยงของคนที่จะสำแดงอาการขี้ใจน้อยนี้จะอยู่ในช่วงวัยทอง ที่เหมาะจะเล็มกิ่งโป้ยเซียนอยู่กะบ้าน เพศหญิงมากกว่าเพศชาย

อืมม์.. เรื่องวัยเราไม่แน่ใจเหมือนกัน ที่เจอมาบางทีก็ยังอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ส่วนเรื่องเพศ ผู้ชายก็มีนะ ว้อย.. ยังไงว่ะกู เป็นผู้ชายแล้วยังเรื่องมากอีก ใครได้ไปเป็นสามี ก็เตรียมใจไว้เถอะแกเอ้ย รับรองมีจี๊ดสมอง

โทรคุยๆ กันอย่างแป้นแล้นอยู่ดีๆ พอเรายุ่ง ไม่ค่อยได้คุยด้วยหน่อย ก็หาว่าหมางเมิน ไม่คีพ คอนเนคชั่น ว้อย... ไม่ว่างว้อย... เข้าใจมั้ย

ยัง ยังมีอีก นี่.. ว่างมั้ย.. (ถ้าว่ากรูไม่มานั่งทำงานให้เหนื่อยหรอก แจ้นไปหาแกแล้ว) วันนี้เราจะไปเดินช้อปปิ้ง ซื้อเสื้อผ้า ไปด้วยกันสิ เดี๋ยวเราเลี้ยงข้าว (มีเอาข้าวมาล่อ คงเห็นว่าเราอดอยาก) เอ่อ.. ขอโทษด้วยนะ ไม่ว่าง ยังไงจะรีบหาเวลาว่าง แล้วเจอกันนะ... กริ๊ก.. วางหูไป สอง สาม วันต่อมา มาอีกแล้ว... เย็นนี้เจอกันที่งาน ตู๊ดๆๆๆ นะ โหยคนเยอะแยะเลย ไปด้วยกันนะ

(หืมม.. ถ้ากรูชอบเจอคนเยอะแยะกรูไปเป็นกระเป๋ารถเมล์แล้ว ไม่มานั่งทำงานออฟฟิศหรอก)

หลังจากตัวเป็นขน

posted on 11 Jan 2007 22:18 by stonezoup  in MyLifeStories

มาแล้วครับ หายไปเสียนานเชียว
ก็อย่างว่าล่ะครับ ทั้งขี้เกียจ ทั้งงานเยอะ
ตั้งต้นที่งานเยอะก่อน แล้วตามต่อด้วยความขี้เกียจ

ขี้เกียจแล้วมาเปิดบล็อกไว้ทำไม?
เปลืองพื้นที่เขาเปล่าๆ
นั่นสิ.. ก็ด้วยเหตุผลนี้แหละ
ละอายใจ...
เลยต้องเข้ามาเขียนอะไรไว้เสียบ้าง

พูดถึงเรื่องงานเยอะ
เวลาว่างมีน้อย
ก็เริ่มคิดถึงเพื่อนๆ

จำกันให้แม่นครับ
ว่าถ้าริจะทำธุรกิจส่วนตัว
ต้องทำใจว่าจะมีเวลาไปพบปะเฮฮากับเพื่อนได้น้อยลง
แล้วยิ่งถ้ามีคู่แล้วด้วยยิ่งไปกันใหญ่
ภาค 1 ต้องแบ่งให้งาน
(ทำไมเราต้องเอางานเป็นตัวตั้งแทนที่จะเป็นความสุข?)
ภาค 2 ต้องแบ่งให้เธอ
(การมีคู่สำคัญต่อการดำรงอยู่หรือเปล่า?)
ภาค 3 อย่าลืมครับ ต้องแบ่งให้ที่บ้าน ญาติโยม พ่อแม่พี่น้อง
(เถียงกะใครก็ไม่สนุกเท่าเถียงกะแม่.. เพราะรักนะแม่เลยชอบกวนตรีนแม่น่ะ 55)

1 วันมี 24 ชม. ทำงานไปแล้วเกือบ 12 ชม.
มีเหลือให้เธอนิด ที่บ้านหน่อย
หมดวันแล้ว

มีเวลาให้ตัวเองก็ประมาณวันละ 10 นาทีตอนเข้าส้วม
ปัจจุบันเอาเวลาตอนนี้แหละ
ปลดทุกข์ไปด้วย นั่งสมาธิไปด้วย
หวังว่าคงไม่กระทบถึงวงการศาสนา

อย่าว่าเฉพาะแต่เราเลย
ไอ้พวกเพื่อนก็เหมือนกัน
ปะเหมาะได้รวมตัวกันมันกลับคุยแต่เรื่องงาน
"มึงทำไรอยู่วะตอนนี้"
"รวยแล้วดิมึง"
อะไรประมาณนี้แหละ ในวงสนทนา

กะว่าจะไปเพิ่มบาปด้วยการเมาปลิ้น
อดเลย...
ยังกะพระมาโปรด กลัวเราผิดศีล
มันเอาเรื่องงานมาสกัดซะงั้น

ขอให้จำเริญๆเถิดนะพ่อนะ
รู้งี้ไปเปิดร้านขายเหล้า
หรือร้านขายของแถวจตุจักรดีกว่า

เจ้านายคนแรก

posted on 15 Jan 2007 23:27 by stonezoup  in MyLifeStories

อาบน้ำ ฟอกตัว ถูสบู่
ความคิดเรื่องงานไหลปรู๊ดๆ อยู่ในหัวเหมือนสายน้ำไหล
คิดๆๆๆ มีหลายเรื่องอยู่ในหัวให้คิด ให้จัดการ ให้บริหาร ให้ลงมือทำ
เพื่อให้นิตยสาร dFLY ได้เดินหน้าต่อไปอย่างสวยหรู

ในความคิดของเรา dFLY เปรียบเหมือนต้นไม้
เราเป็นคนเริ่มเพาะเมล็ด ฝังมันลงพื้น แล้วค่อยๆ รดน้ำ
แล้วก็มีคนมาช่วยรดให้มันค่อยๆ เติบโต
จนถึงวันนี้มันก็โตพอสมควร พอที่จะมีร่มบังเงาให้คนหลายต่อหลายคน
รวมเราด้วยก็เกือบสิบชีวิตเข้าไปแล้ว

เราอยากให้มันมั่นคงพอที่จะให้น้องๆได้อยู่อย่างร่มเย็นใต้เงาไม้นี้

กำลังคิดอยู่เพลินๆ สบู่เข้าตา สมาธิกระจาย..
เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า
แล้วทำไมเราถึงมีความคิดที่จะมาทำนิตยสาร
ทำไมถึงเกิดชอบทำงานนี้ขึ้นมา
เหนื่อยก็เหนื่อย รายได้ก็น้อย
(เทียบกับเมื่อก่อนที่เราทำงานโฆษณา)

จำได้คร่าวๆ ว่าเมื่อตอนเรียนมหาลัย ปี 2
ด้วยความอยากมีงานทำ
(ขัดสนด้วยส่วนหนึ่ง
อีกส่วนก็ด้วยสันดานอยากให้ทางบ้านได้เห็น
ว่าเราเด็กมหาลัยไม่ต้องงอมือขอพ่อแม่กิน - อวดเก่งว่างั้นเหอะ)
แต่ไม่อยากทำงานที่ไม่ได้ใช้ความรู้
พูดง่ายๆ ว่าขี้เกียจไม่อยากใช้แรงงาน
เลยไม่คิดจะไปทำงานตามร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไป

ด้วยความเป็นคนชอบแวะแผงหนังสือ
วันนั้นเดินผ่านแผงประจำหน้าตลาดนวศรีแถวรามคำแหง
เปิดหนังสือ เดอะบอย นิตยสารวัยรุ่นเหมาะกับวัยเราในช่วงนั้น แฮ่ม..
ทั้งที่จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นแฟนเดอะบอยเลยสักนิด
อ่านบ้าง บางครั้ง
แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้วันนั้นคว้าเดอะบอยมาพลิกเปิดอ่าน

ชะรอยคงเป็นพรหมลิขิต
เปิดผ่านไปจนเห็นข้อความประกาศรับสมัครกองบก.หน้าใหม่ไฟแรงของเดอะบอย
เฮ้ย.. กูนี่หว่า คุณสมบัติเยี่ยงนี้ นี่มันกูชัดๆ
กูเกิดมาเพื่องานนี้เลย
ด้วยความหน้ามืด ตามัว ไม่เห็นเลยว่าคุณสมบัติเขาระบุเอาไว้ว่าไงบ้าง
คิดอยู่อย่างเดียว กูนี่แหละ กองบก.หน้าใหม่ของเดอะบอย 555 บ้าไปแล้ว
ไม่รอช้าคว้าปากกาจดเบอร์โทร แล้วชิงจากแผง แฝงเข้าตู้โทรศัพท์
ยกหูโทรไปถามทาง..
รุ่งขึ้นก็แจ้นไปเลย.. ลาดพร้าว ซอย 15

พี่ร็อค บก.บห. วัยรุ่น(สมัยนั้น) พ่วงตำแหน่งเจ้าของนิตยสารด้วย
เป็นคนสัมภาษณ์เราด้วยตัวเอง
ไม่รู้ความจริงแกอยากจะสัมภาษณ์เองหรือเปล่า
แต่แกคงไม่มีทางเลือกน่ะ
เพราะเดอะบอยสมัยนั้น ออฟฟิศมันเล็กจุ๋มจิ๋ม
ไม่ได้เป็นตึกใหญ่โตอย่างปัจจุบัน
ตอนนั้นมันยังเป็นบ้าน
มีพนักงานอยู่ไม่กี่คน
พี่ร็อคก็นอนมันที่นั่นแหละ

พอบอกแกว่าผมมาตามประกาศ
ที่พี่ประกาศเรียกตัวผมในนิตยสาร
ผมเนี่ยแหละครับ กองบก.หน้าใหม่ไฟแรง
พี่แกก็ออกจะงงๆ
กึ่งระแวง พาลไม่อยากจะสัมภาษณ์
เรียนก็ยังไม่จบ แถมยังพูดจากไม่อยู่กะร่องกะรอย
ใครประกาศตามหามึง.. ไปเรียนให้จบๆ ก่อนไป๊
ในใจพี่ร็อคแกอาจจะคิดแบบนี้
แต่ไม่หรอกแกใจดีมาก ที่ลดตัว
ยอมเสียเวลามาสัมภาษณ์ เพชรในตมอย่างเรา
ผมอยากทำงานนิตยสาร อยากใช้ทักษะด้านการเขียน
อยากสัมภาษณ์คน
(สาบานได้ว่าตอนนั้นไม่ได้คิดตามที่พูดหรอก
แต่รู้สึกว่าได้ทำงานใกล้ชิดดารามันเท่ห์ว่ะ
แต่อยากสัมภาษณ์คนจริงๆ นะ)

หลุดปากเรื่องสัมภาษณ์ออกไป พี่ร็อคได้ที ยิงคำถามเลย
ถ้าให้ไปสัมภาษณ์ดาราตอนนี้อยากสัมภาษณ์ใคร

ปากไวเท่าความคิด "อยากสัมภาษณ์บอลลูนครับ"
(อ๊ะ งงอ่ะดิ เกิดไม่ทัน)
"ทำไมล่ะ" พี่ร็อคทำหน้าอยากรู้
"เคยได้ยินมาครับพี่" ทำหน้ามุ่งมั่นเกินจริง "ว่าทุกครั้งที่เขาได้เงินมาจากการทำงาน เขาจะเอาไปบริจาค - ผมว่าประเด็นน่าสนใจดี"
"น่าสนใจยังไง" พี่ร็อคถามต่อ
"น่าสนใจตรงที่.. อะไรเป็นแรงบันดาลใจทำให้เขาคิดว่าจะต้องบริจาค ผมว่ามันน่าค้นหาครับ"
แววตาเราเป็นประกายมากๆ
ตอนนี้ ถ้ามีการบันทึกภาพเอาไว้ คาดว่าคุณก็คงจะหมั่นไส้ถ้าได้เห็น

"แล้วตอนนี้ผมว่าเขากำลังดังด้วยพี่ ขวัญใจวัยรุ่น เหมาะกับเดอะบอยครับ"
(ตอนนั้นบอลลูนกำลังดังจากการเล่นเอ็มวีของพี่เจ เจตริน)

"อืมม์..." พี่ร็อคจ้องหน้า ครุ่นคิด
เราก็ลุ้นๆ อยู่ว่าแกจะเอาไงต่อ...

จะไล่กลับบ้าน หรือจะให้งาน

-แต่พอดีแม่เรียกเสียก่อน แล้วจะมาต่อเร็วๆนี้-