26
พ.ค. 51
น้องนักศึกษาคนหนึ่ง
สมมุติว่าชื่อน้องหลงละกัน
น้องหลงเป็นเด็กที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก
ทำให้พ่อแม่รักและภูมิใจในตัวน้องหลงมาก
อาจด้วยความที่น้องหลงเป็นลูกคนสุดท้อง ความรัก-ความห่วงใยยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ
โดยเฉพาะกับคุณแม่ ซึ่งรับหน้าที่ในการดูแลลูกอย่างใกล้ชิด
ออกจะรักและเอ็นดูน้องหลงมากเป็นพิเศษ ความพิเศษไม่งอกนั้นไม่ได้มาจากการเพิ่มเส้น
หรือเพิ่มเนื้อแต่อย่างใด ความพิเศษนั้นมาจากผลการเรียนระดับได้อย่างใจแม่ของน้องหลงนั่นเอง
เช่นนั้นเอง
เมื่อน้องหลงต้องเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย
จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้น้องหลงเอ็นฯติดได้เป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร
นครปฐม
พ่อแม่จัดแจงเรื่องเรียน สถานที่พัก
ไปส่งน้องหลงให้อยู่หอฯอย่างสุขสบายตามฐานะ
แรกเริ่ม ทางบ้านตั้งใจจะให้น้องหลงอยู่หอฯในมหาลัย
เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เมื่อน้องหลงไม่สามารถจองหอฯในได้ทัน และบ่นอึดอัดกับหอฯใน
ทางบ้านจึงจัดแจงให้ออกมาอยู่หอฯนอกที่สะดวกสบาย พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์บันเทิงและสาธารณูปโภคครบครัน
แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเรื่องที่พักยอมสูงขึ้นกว่าการอยู่หอฯในมหาลัย
รวมถึงมอเตอร์ไซค์
ยานพาหนะคู่กายอีกหนึ่งคันไว้ไปเรียน
วันเวลาผ่านไป
หลังจากผ่านปีแรกไป น้องหลงก็ไม่ได้ไปเรียนอีกเลย
พร้อมกับไปทำเรื่องดรอปด้วยตัวเองเป็นที่เรียบร้อย โดยไม่บอกเรื่องนี้กับทางบ้าน
ความลับไม่มีในโลก
ทางบ้านก็รู้เรื่องนี้เข้าจนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา
พ่อแม่เสียใจ
โดยเฉพาะแม่ทั้งเสียใจทั้งโมโหไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องหลง
ทั้งเรื่องไม่ยอมไปเรียน เรื่องไปดรอปเรียนด้วยตัวเอง และเรื่องที่น้องหลงโกหก
ตัวน้องหลงเองก็ให้เหตุผลว่าที่ไม่ไปเรียนเพราะตัวเองอยากเรียนดนตรี
ไม่อยากเรียนคณะที่ตัวเองสอบได้ แต่ทางบ้านก็ไม่สนับสนุนให้เรียนดนตรีอย่างที่ตัวเองต้องการ
น้องหลงยังพรั่งพรูออกมาอีกว่าตัวเองทำตามความต้องการของแม่มาตลอดเวลาที่ผ่านมาในเรื่องการเรียน
ที่ต้องตั้งใจเรียนก็เพราะแม่ ทำตามความต้องการของแม่เพราะอยากให้แม่มีความสุข
มาวันนี้น้องหลงโตแล้ว
หลงอยากเป็นตัวของตัวเองเสียอย่างนั้น
สิ่งที่น้องหลงพูด
ดูเหมือนว่าจะยกความผิดไปให้แม่ที่กดดันตัวเองมาโดยตลอด
ทางฝ่ายแม่เองก็กดดันไม่แพ้กัน
ค่าที่คงจะตั้งความหวังเอาไว้กับลูกคนนี้มากพอสมควร เพราะเส้นทางที่ผ่านมามันช่างสวยหรู
ชวนให้คิด ชวนให้ฝัน และอีกเหตุผลของแม่ที่กดดันไม่แพ้กันคือฐานะทางบ้าน
ที่สามารถส่งเสียน้องหลงได้เรียน
เป็นอยู่อย่างสุขสบายเท่าที่เป็นอยู่นั้นก็เป็นเพราะรายได้ที่มาจากพ่อ
พ่อที่ทำงานหนักจนเป็นโรคหัวใจ
พ่อซึ่งเฉียดตายมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยโรคหัวใจและต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ทุกวันนี้ที่พ่อยังประคองตัวอยู่ได้ ก็ด้วยการดูแลรักษาตัวเองเป็นอย่างดีโดยมีแม่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง
เอาใจใส่ดูแลและด้วยยาที่ต้องไปรับจากหมอเป็นประจำ
เรื่องนี้น้องหลงเองก็ทราบ
พ่อซึ่งออกปากว่าความทุกข์ ความกังวลเดียวในชีวิตที่เหลืออยู่ก็คือ น้องหลง
ตัวแม่เองนั้นก็เป็นเพียงข้าราชการระดับล่าง
ที่สุด ด้วยความรัก
พ่อแม่จะรู้สึกสำนึกเสียใจในสิ่งที่เคยกดดันอย่างที่น้องหลงบอกหรือไม่
ไม่มีใครทราบ แต่พ่อแม่ก็ยอมให้น้องหลงเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในรั้วมหาลัยจันทรเกษม
คราวนี้น้องหลงได้เรียนดนตรีอย่างที่ต้องการ
จากนครปฐม
น้องหลงย้ายเข้ามาอยู่อพาร์ทเมนท์หรูหราตามฐานะไม่แพ้กันที่กรุงเทพฯ
ในละแวกที่ไม่ห่างจากที่เรียนมากนัก
คราวนี้ไม่มีมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะคู่กาย
เพราะน้องหลงได้ยกให้เพื่อนไปแล้วตั้งแต่อยู่นครปฐม
จนวันหนึ่งตำรวจได้โทรไปหาคุณแม่ที่ต่างจังหวัดจากการสืบสวนจากเลขทะเบียนที่คุณแม่เป็นเจ้าของรถ
ตำรวจสอบถามจากคุณแม่ว่ารถคันดังกล่าวเป็นของคุณแม่หรือไม่
เพราะตำรวจไม่ทราบว่าใครนำมาจอดทิ้งไว้นานแล้วในสภาพเสียหายทางตำรวจจึงเกรงว่าจะเป็นรถที่โดนขโมยมา
ในกรุงเทพฯ
น้องหลงจึงมีรถเมล์และแท็กซี่เป็นยานพาหนะ
พ่อแม่ยอมตามใจ
น้องหลงได้เรียนในสิ่งที่ชอบ เรื่องมันก็น่าจะราบรื่นแฮปปี้เอนดิ้ง น่าจะจบได้แล้ว
คนดูเริ่มเบื่อแล้ว
แต่ยังไม่จบ
หนึ่งปีผ่านไป ผลการเรียนเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบ
แต่น้องหลงกำลังจะย้ายมหาวิทยาลัยอีกครั้ง
คราวนี้น้องหลงไปลงเรียนคณะรัฐศาสตร์
ม.รามคำแหง
ด้วยเหตุผลว่าน้องหลงเป็นห่วงพ่อกับแม่
น้องหลงตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบสาขาวิชานี้แล้ว
น้องหลงจะกลับไปรับราชการที่บ้านต่างจังหวัด จะไปอยู่กับพ่อ-แม่เพื่อดูแลท่าน
ด้วยความช่วยเหลือของญาติผู้ใหญ่ซึ่งมีตำแหน่งใหญ่โตในแวดวงราชการท้องถิ่น
ฝันของน้องหลงต้องเป็นไปได้อย่างแน่นอน น้องหลงมั่นใจ
น้องหลงเป็นคนคิดจริง-ทำจริง
คิดได้เช่นนั้นจึงไปดรอปการเรียนที่ม.จันทรเกษมเป็นที่เรียบร้อยด้วยตัวเอง(อีกแล้ว)
และนำเงินที่ทางบ้านส่งมาให้ไปลงเรียนที่ม.จันทรเกษมไปลงเรียนที่รามฯเรียบร้อย(อีกแล้ว)
โดยไม่ได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษากับพ่อหรือแม่ เหตุผลเพราะน้องหลงคิดว่าเจตนาดีของตนต้องถูกคัดค้านอย่างแน่นอนหากนำเรื่องไปปรึกษา
“พ่อคงไม่เห็นด้วย
พ่ออยากให้หลงทำตามฝัน แต่หลงห่วงพ่อ หลงอยากรับราชการจะได้มีสวัสดิการดีๆ
ไว้คอยดูแลพ่อแม่”
“แล้วเรื่องดนตรีล่ะ” ผมถาม
“ถ้าเรียนไหว หลงจะลงเรียนไปพร้อมกัน
หรือ เอาไว้หลงจบราม ค่อยไปเรียนดนตรีต่อก็ได้ หลงเป็นห่วงพ่อมากกว่า”
…
เราควรเรียนรู้จาก
แม่น้ำ
ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม ดอกไม้ หรือ
สิ่งปฎิกูลที่เราเทหรือทิ้งลงไปในน้ำ
แม่น้ำกับรองรับเอาไว้ทั้งนั้น
ถ้าพ่อแม่เป็นแม่น้ำสำหรับลูก
และลูกก็เป็นปลาที่ต้องพึ่งพาอาศัยอยู่ในน้ำ
ปลาที่ไม่ว่าจะอึ-ฉี่ใส่แม่น้ำอย่างไร
แม่น้ำก็รองรับเอาไว้
แต่ถ้าวันหนึ่งแม่น้ำที่รองรับแต่ของเสีย
แม่น้ำก็จะเน่าเหม็น
และปลาก็จะตาย
ความรักที่แท้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความเข้าใจ
หากปราศจากความเข้าใจ ก็ไม่ใช่ความรักที่แท้
...
ลองทายดูว่าน้องหลงเป็นผู้หญิง
หรือ ผู้ชาย
และคุณคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร